บทว่า วิทิตํ ได้แก่ รู้แล้วทำให้ปรากฏได้.

ด้วยบทนี้ ทรงแสดงความข้อนี้ว่า ชนเหล่าอื่นรู้อย่างเดียว แต่เรารู้แล้วทำให้ปรากฏด้วย. ชื่อว่าภูมิแห่งพระสัพพัญญุตญาณ ตรัสด้วยสามบทเหล่านี้.

บทว่า ตํ ตถาคเตน น อุปฏฺฐาสิ ความว่า อารมณ์อันเป็นไปในทวารหกนั้นไม่ปรากฏ คือไม่เข้าไปถึงตถาคตด้วยตัณหาหรือด้วยทิฏฐิ ก็จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้ทรงเห็นรูปด้วยจักษุ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงมีฉันทราคะ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงมีจิตหลุดพ้นดีแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงฟังเสียงด้วยโสตะ ทรงดมกลิ่นด้วยฆานะ ทรงลิ้มรสด้วยชิวหา ทรงถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ทรงรู้สึกธรรมด้วยมนัส พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงมีฉันทราคะ ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นทรงมีจิตหลุดพ้นดีแล้ว ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า ตํ ตถาคเตน น อุปฏฺฐาสิ ดังนี้.

ก็แล ภูมิแห่งพระขีณาสพ พึงทราบว่า ตรัสด้วยบทนี้.

เล่มที่ ๒๑ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต๑๕๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “กาฬกสูตร”