จริงอยู่ ภิกษุนี้เจริญสติปัฏฐาน ๔ อยู่ย่อมยินดี. อธิบายว่า ย่อมได้ความยินดี. เจริญสัมมัปปธาน ๔ อยู่ก็เหมือนกัน เมื่อเจริญอิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อนุปัสสนา ๗ มหาวิปัสสนา ๑๘ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ เจริญการแจกอารมณ์ ๓๘ อยู่ย่อมยินดี ย่อมได้ความยินดี.
อนึ่ง ละกิเลสมีกามฉันทะเป็นต้นอยู่ ก็ยินดีได้ความยินดี. ส่วนในอริยวงศ์ ๔ เหล่านี้ วินัยปิฎกทั้งสิ้นเป็นอันตรัสด้วยธุดงค์ ๑๓ และความสันโดษด้วยปัจจัย ๔ ด้วยอริยวงศ์สามข้อแรกก่อน. สองปิฎกที่เหลือ ตรัสด้วยอริยวงศ์ข้อยินดีในภาวนา. ก็ภิกษุเมื่อกล่าวอริยวงศ์ข้อยินดีในภาวนานี้ พึงกล่าวโดยเนกขัมมบาลีในปฏิสัมภิทามรรค พึงกล่าวโดยปริยายแห่งทสุตตรสูตรในทีฆนิกาย พึงกล่าวโดยปริยายแห่งสติปัฏฐานสูตรในมัชฌิมนิกาย พึงกล่าวโดยปริยายแห่งนิทเทสในอภิธรรม.
บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า ปฏิสมฺภิทามคฺเค เนกฺขมฺมปาลิยา ได้แก่ พึงกล่าวตามเนกขัมมบาลีในปฏิสัมภิทามรรคอย่างนี้ว่า เธอเมื่อเจริญเนกขัมมะก็ยินดี ละกามฉันทะก็ยินดี เมื่อเจริญอัพยาบาทก็ยินดี ละพยาบาทก็ยินดี เมื่อเจริญอาโลกสัญญาก็ยินดี ละถีนมิทธะก็ยินดี เมื่อเจริญอวิกเขปะ ความไม่ฟุ้งซ่านก็ยินดี ละอุทธัจจะก็ยินดี เมื่อเจริญธัมมวิวัฏฐานะ การกำหนดธรรมก็ยินดี ละวิจิกิจฉาก็ยินดี เมื่อเจริญญาณก็ยินดี ละอวิชชาก็ยินดี เมื่อเจริญปราโมทย์ก็ยินดี ละอรติความริษยาก็ยินดี เมื่อเจริญปฐมญาณก็ยินดี ละนิวรณ์ ๕ ก็ยินดี เมื่อเจริญทุติยฌานก็ยินดี ละวิตกวิจารก็ยินดี เมื่อเจริญตติยฌานก็ยินดี ละปีติก็ยินดี เมื่อเจริญจตุตถฌานก็ยินดี ละสุขทุกข์ก็ยินดี เมื่อเจริญอากาสานัญจายตนสมาบัติก็ยินดี ละรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา ก็ยินดี เมื่อเจริญวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติก็ยินดี ละอากิญจัญญายตนสัญญาก็ยินดี.
เมื่อเจริญอนิจจานุปัสสนาก็ยินดี ละนิจสัญญาก็ยินดี เมื่อเจริญทุกขานุปัสสนาก็ยินดี ละสุขสัญญาก็ยินดี เมื่อเจริญอนัตตานุปัสสนาก็ยินดี ละอัตตสัญญาก็ยินดี เมื่อเจริญนิพพิทานุปัสสนาก็ยินดี ละนันทิก็ยินดี เมื่อเจริญวิราคานุปัสสนาก็ยินดี ละราคะก็ยินดี เมื่อเจริญนิโรธานุปัสสนาก็ยินดี ละสมุทัยก็ยินดี เมื่อเจริญปฏินิสสัคคานุปัสสนาก็ยินดี ละอาทานะก็ยินดี เมื่อเจริญขยานุปัสสนาก็ยินดี ละฆนสัญญาก็ยินดี เมื่อเจริญวยานุปัสสนาก็ยินดี ละอายุหนะเห็นว่าเจริญขึ้นก็ยินดี เมื่อเจริญวิปริณามานุปัสสนาก็ยินดี ละธุวสัญญาก็ยินดี เมื่อเจริญอนิมิตตานุปัสสนาก็ยินดี ละนิมิตก็ยินดี เมื่อเจริญอัปปณิหิตานุปัสสนาก็ยินดี ละปณิธิก็ยินดี เมื่อเจริญสุญญตานุปัสสนาก็ยินดี ละอภินิเวสก็ยินดี เมื่อเจริญอธิปัญญาธรรมวิปัสสนาก็ยินดี ละสาราทานาภินิเวสก็ยินดี เมื่อเจริญยถาภูตญาณทัสสนะก็ยินดี ละสัมโมหาภินิเวสก็ยินดี เมื่อเจริญอาทีนวานุปัสสนาก็ยินดี ละอาลยาภินิเวสก็ยินดี เมื่อเจริญปฏิสังขานุปัสสนาก็ยินดี ละอัปปฏิสังขะก็ยินดี เมื่อเจริญวิวัฏฏานุปัสสนาก็ยินดี ละสังโยคาภินิเวสก็ยินดี เมื่อเจริญโสดาปัตติมรรคก็ยินดี ละกิเลสที่ตั้งอยู่แห่งเดียวอันมรรคเห็นแล้วก็ยินดี เมื่อเจริญสกทาคามิมรรคก็ยินดี ละกิเลสอย่างหยาบก็ยินดี เมื่อเจริญอนาคามิมรรคก็ยินดี ละกิเลสที่ร่วมด้วยอนุสัยก็ยินดี เมื่อเจริญอรหัตมรรคก็ยินดี ละสรรพกิเลสก็ยินดี ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที