ตอบว่า ก็ผู้ใดถือลัทธิเห็นปานนี้ นั่งสาธยายพิจารณาอยู่ในสถานที่พักกลางคืนและที่พักกลางวัน มิจฉาสติของผู้นั้นย่อมตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์นั้นว่า เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี เมื่อบุคคลทำอยู่ บาปย่อมไม่ชื่อว่าอันบุคคลทำ ฯลฯ ทานที่ทายกให้แล้วไม่มีผล ฯลฯ เพราะกายแตก ย่อมขาดสูญ ดังนี้ จิตย่อมแน่วแน่ ชวนจิตทั้งหลายย่อมแล่นไป ในชวนจิตที่หนึ่ง ผู้นั้นยังเป็นผู้แก้ไขได้ ในชวนจิตที่สองเป็นต้นก็อย่างนั้น ในชวนจิตที่เจ็ด ผู้นั้นแม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายก็แก้ไขไม่ได้กลับมา ย่อมเป็นเช่นเดียวกับอริฏฐภิกษุและกัณฏกสามเณร.
บรรดาทัสนะ ๓ อย่างนั้น บางคนหยั่งสู่ทัสนะเดียว บางคน ๒ ทัสนะ บางคน ๓ ทัสนะ เขาย่อมชื่อว่านิยตมิจฉาทิฏฐิกะทั้งนั้น เขาต้องห้ามทางสวรรค์และต้องห้ามทางพระนิพพาน ไม่ควรจะไปสู่สวรรค์ ในลำดับแห่งอัตภาพนั้น จะต้องกล่าวไปใย ถึงพระนิพพานเล่า.
อธิบายว่า สัตว์ผู้นี้เป็นผู้เฝ้าแผ่นดิน ชื่อว่าเป็นตอในวัฏฏะ. โดยมากสัตว์เห็นปานนี้ไม่ออกจากภพ ถึงวัสสะและภัญญะปริพาชกก็เป็นเช่นนี้.
บทว่า นินฺทาพฺยาโรสนาอุปารมฺภภยา ความว่า เพราะตนกลัวนินทา กลัวเกลียดชัง และกลัวเขาว่าร้ายดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที