การที่พระตถาคตทรงรับหญ้า (คา) ๘ กำที่พราหมณ์ชื่อโสตถิยะถวาย ในเวลาเย็น เทวดาในหมื่นจักรวาลชมเชยบูชาด้วยของหอมเป็นต้น ทรงทำประทักษิณโพธิพฤกษ์ ๓ ครั้ง แล้วเสด็จขึ้นไปโพธิมัณฑสถาน ทรงลาดเครื่องลาดคือหญ้าคา ณ ที่สูง ๑๔ ศอก ประทับนั่งอธิษฐาน ความเพียรมีองค์ ๔ ทรงกำจัดมารและพลมารในขณะนั้นนั่นเอง ทรงชำระวิชชา ๓ ในยามทั้ง ๓ ทรงกวนมหาสมุทรคือปฏิจจสมุปบาท ทั้งอนุโลมทั้งปฏิโลม ด้วยเครื่องกวนคือยมกญาณ พระญาณคู่ เมื่อทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว หมื่นโลกธาตุก็ไหว ด้วยอานุภาพพระสัพพัญญุตญาณนั้น พึงทราบเหมือนการกำจัดธุลีในตัวของราชสีห์.

การที่พระตถาคตทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ประทับอยู่ ณ โพธิมัณฑสถาน ๗ สัปดาห์ เสวยข้าวมธุปายาสเป็นพระกระยาหาร ทรงรับอาราธนาแสดงธรรมของท้าวมหาพรหม ณ โคนอชปาลนิโครธ ประทับอยู่ ณ ที่นั้น ในวันที่ ๑๑ ทรงระลึกว่า พรุ่งนี้ ก็จักเป็นวันอาสาฬหปุรณมี ในเวลาใกลรุ่ง ทรงตรวจดูว่าเราจะพึงแสดงธรรมแก่ใครก่อนหนอ ทรงทราบว่าอาฬารดาบสและอุททกดาบสสิ้นชีพเสียแล้ว ก็ทรงเห็นภิกษุปัญจวัคคีย์สมควร รับพระธรรมเทศนาก่อน พึงเห็นเหมือนการเหลียวดู ๔ ทิศของราชสีห์.

เวลาที่พระตถาคตทรงถือบาตรและจีวรของพระองค์ เสด็จลุกจากต้นอชปาลนิโครธ เสด็จไปสิ้นทาง ๑๘ โยชน์ ภายหลังเสวยพระกระยาหารด้วยหมายพระหฤทัยจักประกาศธรรมจักรแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ พึงเห็นเหมือนเวลาราชสีห์ออกหาเหยื่อไปได้สามโยชน์.

เวลาที่พระตถาคตเสด็จไปสิ้นทาง ๑๘ โยชน์ ทรงทำภิกษุปัญจวัคคีย์ให้เข้าใจแล้ว ประทับนั่งเหนืออจลบัลลังก์ขัดสมาธิ อันหมู่เทพได้ประชุมพร้อมกัน หมื่นจักรวาลห้อมล้อมแล้วจึงประกาศพระธรรมจักร โดยนัยเป็นอาทิว่า อันตะส่วนสุด ๒ นี้ อันนักบวชไม่ควรเสพดังนี้ พึงทราบเหมือนเวลาราชสีห์แผดสีหนาท.

เล่มที่ ๒๑ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต๒๕๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สีหสูตร”