ก็เพราะเหตุที่กสิกรรม พาณิชกรรมเป็นต้น เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่เรือน ท่านจึงเรียกว่า อคาริยํ ก็อคาริยกิจนั้นไม่มีในการบรรพชา ฉะนั้น บรรพชาพึงทราบว่าเป็นอนคาริยะ ไม่มีเรือน ในข้อนี้ ไม่มีเรือนนั้น.

บทว่า ปพฺพเชยฺยํ ได้แก่ พึงปฏิบัติ.

บทว่า อปปํ วา ได้แก่ กองโภคะต่ำกว่าพัน ชื่อว่าน้อย ตั้งแต่พันขึ้นไป ชื่อว่ามาก. ญาตินั่นแล ชื่อว่าญาติปริวัฏ เครือญาติ เพราะอรรถว่าเกี่ยวพันกัน เครือญาติต่ำกว่า ๒๐ ชื่อว่าน้อย ตั้งแต่ ๒๐ ขึ้นไปชื่อว่ามาก.

บทว่า ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน ความว่า สิกขาอันใด อันได้แก่อธิสีลของภิกษุทั้งหลาย และภิกษุเหล่านั้นอยู่ร่วมกันเป็นอยู่เป็นอันเดียวกัน มีความประพฤติเสมอกันในสิกขาใด บรรพชิตเข้าถึงสิกขานั้น และสาชีพแก่สิกขาบทที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้วนั้น เพราะเหตุนั้น บรรพชิตนั้นชื่อว่าเป็นผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยสิกขาและความอยู่ร่วมกันของภิกษุทั้งหลาย.

เล่มที่ ๒๑ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต๗๖๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มหาวรรค”