อาทิพฺรหฺมจริยกาติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตานํ จตุนฺนํ มหาสีลานเมตํ อธิวจนํ. สพฺพโสติ สพฺพากาเรน. ธมฺมาติ จตุสจฺจธมฺมา. ปญฺญาย สมเวกฺขิตา โหนฺตีติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย สุทิฏฺฐา โหนฺติ. วิมุตฺติยา ผุสิตา โหนฺตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติยา ญาณผสฺเสน ผุฏฺฐา โหนฺติ. อชฺฌตฺตํเยว สติ สุปฏฺฐิตา โหตีติ นิยกชฺฌตฺเตเยว สติ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตา โหติ. ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ วิปสฺสนาปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ. ปญฺญาย สมเวกฺขิสฺสามีติ อิธาปิ วิปสฺสนาปญฺญาปิ อธิปฺเปตา. ผุสิตํ วา ธมฺมํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ เอตฺถ ปน มคฺคปญฺญาว อธิปฺเปตา.
๔. เสยฺยาสุตฺตวณฺณนา
[๒๔๖] จตุตฺเถ เปตาติ กาลกตา วุจฺจนฺติ. อุตฺตานา เสนฺตีติ เต เยภุยฺเยน อุตฺตานกาว สยนฺติ. อถวา ปิตฺติวิสเย นิพฺพตฺตา เปตา นาม, เต อปฺปมํส- โลหิตตฺตา อฏฺฐิสงฺฆาตชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว เสนฺติ. อนตฺตมโน โหตีติ เตชุสฺสทตฺตา หิ สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ, ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ. ทิวสํปิ สยิตฺวา ปพุชฺฌมาโน น อุตฺตสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ, "นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา, น สูรภาวสฺส อนุรูปนฺ"ติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ "อนตฺตมโน โหตี"ติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน "ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิทนฺ"ติ หฏฺฐตุฏฺโฐ ตโต อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภนํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ. เตน วุตฺตํ "อตฺตมโน โหตี"ติ.