@๓ ฉ.ม. นาหํ ภนฺเต ๔ ฉ.ม. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ๕ ม. คจฺฉนฺเตน เอตํ ๑- ปริเยสนฺตสฺส อาหริยมานํ จีวรํ ทูรโตว ๒- ทิสฺวา "เอตํ มนาปํ ภวิสฺสติ, เอตํ อมนาปนฺ"ติ เอวํ อวิตกฺเกตฺวา ถูลสุขุมาทีสุ ยถาลทฺเธเนว สนฺตุสฺสนํ ปฏิลาภสนฺโตโส นาม. เอวํ ลทฺธํ คณฺหนฺตสฺสาปิ "เอตฺตกํ ทุปฏฺฏสฺส ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ เอกปฏฺฏสฺสา"ติ อตฺตโน ปโหนกมตฺเตเนว สนฺตุสฺสนํ มตฺตปฏิคฺคหณ- สนฺโตโส นาม. จีวรํ ปริเยสนฺตสฺส ปน "อสุกสฺส ฆรทฺวาเร มนาปํ ลภิสฺสามี"ติ อจินฺเตตฺวา ทฺวารปฏิปาฏิยา จรณํ โลลุปฺปวิวชฺชนสนฺโตโส นาม.

ลูขปฺปณีเตสุ เยน เกนจิ ยาเปตุํ สกฺโกนฺตสฺส ยถาลทฺเธเนว ยาปนํ ยถาลาภสนฺโตโส นาม. อตฺตโน ถามํ ชานิตฺวา เยน ยาเปตุํ สกฺโกติ, เตน ยาปนํ ยถาพลสนฺโตโส นาม. มนาปํ อญฺญสฺส ทตฺวา อตฺตนา เยน เกนจิ ยาปนํ ยถาสารุปฺปสนฺโตโส นาม.

"กตฺถ อุทกํ มนาปํ, กตฺถ อมนาปนฺ"ติ อวิจาเรตฺวา เยน เกนจิ โธวนูปเกน ๓- อุทเกน โธวนํ อุทกสนฺโตโส นาม. ปณฺฑุมตฺติกเครุกปูติปณฺณรสกิลิฏฺฐานิ ๔- ปน อุทกานิ วชฺเชตุํ วฏฺฏติ. โธวนฺตสฺส ปน มุคฺคราทีหิ อปหริตฺวา หตฺเถหิ มทฺทิตฺวา โธวนํ โธวนสนฺโตโส นาม. ตถา อสุชฺฌนฺตํ ปณฺณานิ ปกฺขิปิตฺวา ตาปิตอุทเกนาปิ โธวิตุํ วฏฺฏติ. เอวํ โธวิตฺวา กโรนฺตสฺส "อิทํ ถูลํ, อิทํ สุขุมนฺ"ติ อโกเปตฺวา ปโหนกนีหาเรเนว กรณํ กรณสนฺโตโส นาม. ติมณฺฑลปฏิจฺฉาทน- มตฺตสฺเสว กรณํ ปริมาณสนฺโตโส นาม. จีวรกรณตฺถาย ปน มนาปํ สุตฺตํ ปริเยสิสฺสามีติ อวิจาเรตฺวา รถิกาทีสุ วา เทวฏฺฐาเนสุ ๕- วา อาหริตฺวา ปาทมูเล วา ฐปิตํ ยงฺกิญฺจิเทว สุตฺตํ คเหตฺวา กรณํ สุตฺตสนฺโตโส นาม.

กุสิพนฺธนกาเล ปน องฺคุลมตฺเต สตฺตวาเร วิชฺฌิตพฺพํ. ๖- เอวํ กโรนฺตสฺส หิ โย ภิกฺขุ สหาโย น โหติ, ตสฺส วตฺตเภโทปิ นตฺถิ. ติองฺคุลมตฺเต ปน

เล่มที่ ๒๑ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต๗๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “อริยวังสสูตร”