ในข้อนี้ก็เป็นอย่างนั้น คือ ที่สุด ๒ อย่างซึ่งมีประการดังกล่าวแล้ว เปรียบเหมือนไม้ ๒ ท่อน. ตัณหาเปรียบเหมือนด้ายที่ร้อยรัด (ไม้) อยู่ เมื่อตัณหาดับ ที่สุดทั้งสองเป็นอันดับด้วย เปรียบเหมือนเมื่อด้ายขาด ไม้ทั้ง ๒ อันก็หล่นจากทั้งสองข้าง.

บทว่า เอตฺตาวตา คือ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ เพราะรู้ที่สุดทั้งสองแล้วไม่ถูกตัณหาฉาบติดไว้ตรงกลางนี้ ภิกษุจึงชื่อว่ารู้ยิ่งธรรม คือสัจจะ ๔ ที่ควรรู้ยิ่ง จึงชื่อว่ากำหนดรู้สัจจะที่เป็นโลกิยะทั้งสองที่ควรกำหนดรู้ด้วยตีรณปริญญาและปหานปริญญา.

บทว่า ทิฏฺเฐว ธมฺเม ได้แก่ ในอัตภาพนี้แล.

บทว่า ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ ความว่า ชื่อว่าเป็นผู้ทำที่สุด คือทำการกำหนดรอบวัฏฏทุกข์.

เล่มที่ ๒๒ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต๑,๐๐๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. ปรายนสูตร”