ในวาระที่ ๒ มีอธิบายดังต่อไปนี้

พึงทราบอุปมาด้วยอำนาจไม้ ๓ ท่อน. จริงอยู่ ไม้ ๓ ท่อนที่บุคคลเอาเชือกมัดไว้ เมื่อเชือกขาด ไม้ ๓ ท่อนก็จะตกไปในที่ ๓ แห่ง. ในข้อนี้ก็เป็นอย่างนี้ คือ ขันธ์ที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน เปรียบเหมือนไม้ ๓ ท่อน. ตัณหาเปรียบเหมือนเชือก เพราะว่าตัณหานั้นร้อยรัดขันธ์ที่เป็นอดีตเข้ากับขันธ์ที่เป็นปัจจุบัน และร้อยรัดขันธ์ที่เป็นปัจจุบันเข้ากับขันธ์ที่เป็นอนาคต เมื่อตัณหาดับ ขันธ์ที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบันก็เป็นอันดับด้วย เปรียบเหมือนเมื่อเชือกขาด ไม้ ๓ ท่อนก็ตกไปในที่ ๓ แห่ง.

ในวาระที่ ๓ มีอธิบายดังต่อไปนี้

บทว่า อทุกฺขมสุขา มชฺเฌ ความว่า อทุกขมสุขเวทนาชื่อว่าท่ามกลาง เพราะภาวะที่อยู่ในระหว่างเวทนาอีก ๒ (สุขเวทนากับทุกขเวทนา). เพราะว่า สุขชื่อว่าอยู่ในภายในแห่งทุกข์ หรือว่า ทุกข์ชื่อว่าอยู่ในภายในแห่งสุขไม่มี.

เล่มที่ ๒๒ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต๑,๐๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. ปรายนสูตร”