ภิกษุย่อมเชื่อว่า มรรคญาณ ๔ นั้นอันพระตถาคตแทงตลอดด้วยดีแล้ว. ก็คำนั้นเป็นเพียงหัวข้อเทศนาเท่านั้น. ก็ศรัทธาในรัตนะแม้ทั้ง ๓ ท่านประสงค์เอาด้วยองค์นี้ เพราะภิกษุใดมีความเลื่อมใสมีกำลังแรงในพระพุทธเจ้าเป็นต้น ความเพียรคือปธานะย่อมสำเร็จแก่ภิกษุนั้น.

บทว่า อปฺปพาโธ คือ ไม่มีโรค. บทว่า อปฺปาตงฺโก คือ ไม่มีทุกข์. บทว่า สมเวปากินิยา แปลว่า มีการย่อยสม่ำเสมอ. บทว่า คหณิยา แปลว่า อันไฟธาตุเกิดแต่กรรม.

บทว่า นาติสีตาย นาจฺจุณฺหาย ความว่า จริงอยู่ ภิกษุผู้มีไฟธาตุเย็นเกินไป ย่อมกลัวหนาว ผู้มีไฟธาตุร้อนเกินไป ย่อมกลัวร้อน ความเพียรย่อมไม่สำเร็จผลแก่ภิกษุเหล่านั้น (แต่) ย่อมสำเร็จผลแก่ภิกษุผู้มีไฟธาตุปานกลาง. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เป็นปานกลางเหมาะแก่ความเพียร.

บทว่า ยถาภูตํ อตฺตานํ อาวิกตฺตา คือ ประกาศคุณของตนตามความเป็นจริง.

เล่มที่ ๒๒ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต๑๘๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. อังคสูตร”