ในบททั้งปวง ก็มีนัยเช่นนี้. อธิบายว่า การเห็นช้างแก้วเป็นต้น ไม่ชื่อว่าเป็นทัศนานุตริยะ. ส่วนการเห็นพระทศพลก็ดี ภิกษุสงฆ์ก็ดี ด้วยอำนาจความรักที่มั่นคง การเห็นนิมิตอย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดากสิณและอสุภนิมิตเป็นต้นก็ดีของผู้มีศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ชื่อว่าทัศนานุตริยะ.

การฟังคุณกถาของกษัตริย์เป็นต้น ไม่ชื่อว่าเป็นสวนานุตริยะ. ส่วนการฟังคุณกถาของพระรัตนตรัยด้วยสามารถแห่งความรักที่มั่นคงก็ดี การฟังพระพุทธพจน์ คือพระไตรปิฎกก็ดี ของผู้มีศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ชื่อว่าสวนานุตริยะ.

การได้แก้วมณีเป็นต้น ไม่เป็นลาภานุตริยะ ส่วนการได้อริยทรัพย์ ๗ ชื่อว่าลาภานุตริยะ. การศึกษาศิลปะเกี่ยวกับช้างเป็นต้น ไม่ชื่อว่าเป็นสิกขานุตริยะ ส่วนการบำเพ็ญสิกขา ๓ ชื่อว่าสิกขานุตริยะ. การบำเรอกษัตริย์เป็นต้น ไม่ชื่อว่าเป็นปาริจจริยานุตริยะ ส่วนการบำรุงพระรัตนตรัย ชื่อว่าปาริจริยานุตริยะ.

การระลึกถึงคุณของกษัตริย์เป็นต้น ไม่ชื่อว่าเป็นอนุสตานุตริยะ. ส่วนการระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ชื่อว่าอนุสตานุตริยะ.

เล่มที่ ๒๒ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต๖๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. อนุตตริยสูตร”