ในบทว่า สสฺสเมธํ เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ได้ยินว่า ครั้งพระราชาผู้ตั้งอยู่ในธรรมแต่โบราณ มีสังคหวัตถุ ๔ ที่พระราชาทั้งหลายทรงสงเคราะห์โลก คือ สัสสเมธะ ปุริสเมธะ สัมมาปาสะ วาชเปยยะ.

ในสังคหวัตถุ ๔ ประการนั้น การถือเอาส่วนที่ ๑๐ จากข้าวกล้าที่เผล็ดผลแล้ว ชื่อว่าสัสสเมธะ .อธิบายว่า ความเป็นผู้ฉลาดในการทะนุบำรุงข้าวกล้า. การเพิ่มให้อาหารและค่าจ้างเพียงพอใช้ไป ๖ เดือน แก่นักรบใหญ่ทั้งหลาย ชื่อว่าปุริสเมธะ. อธิบายว่า ความเป็นผู้ฉลาดในการยึดเหนี่ยว (น้ำใจ) คน. การจดจำนวนคนจนเป็นรายตัว แล้วให้ทรัพย์ประมาณพันหนึ่งสองพัน โดยไม่เอาดอกเบี้ยตลอด ๓ ปี ชื่อว่าสัมมาปาสะ. ก็การกระทำเช่นนั้นย่อมคล้องคนทั้งหลายไว้ได้ดี คือตั้งอยู่เหมือนผูกหัวใจไว้ เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่าสัมมาปาสะ. การกล่าววาจาอ่อนหวานโดยนัยเป็นต้นว่า พ่อ, ลุง ชื่อว่าวาชเปยยะ. อธิบายว่า ปิยวาจามีวาจาน่ารัก.

รัฐที่สงเคราะห์ด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการอย่างนี้ ย่อมเป็นรัฐที่เจริญ มั่งคั่ง มีข้าวน้ำสมบูรณ์ ปลอดโปร่ง ปราศจากโจรผู้ร้าย. มนุษย์ทั้งหลายรื่นเริงให้ลูกรำอยู่บนอก ไม่ต้องปิดประตูบ้านอยู่. นี้เรียกว่านิรัคคฬะ เพราะไม่ต้องลงสลักที่ประตูเรือน. นี้เป็นประเพณีโบราณ.

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๒๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เมตตสูตร”