พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงประกาศความที่พระองค์เป็นผู้เจริญที่สุด ประเสริฐสุดอันยอดเยี่ยมแก่พราหมณ์อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงปฏิปทาอันเป็นเหตุให้ทรงบรรลุถึงความเป็นผู้เจริญที่สุดและประเสริฐสุดนั้นตั้งแต่เบื้องต้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า อารทฺธํ โข ปน เม พฺราหฺมณ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อารทฺธํ โข ปน เม พฺราหฺมณ วีริยํ อโหสิ ความว่า ดูก่อนพราหมณ์ ความเป็นผู้เจริญที่สุดและประเสริฐสุดอันยอดเยี่ยมนี้ เราบรรลุด้วยความเกียจคร้าน ด้วยความมีสติหลงลืม ด้วยกายอันกระสับกระส่าย ด้วยจิตอันฟุ้งซ่าน ก็หามิได้.

ก็อนึ่งแล เราได้มีความเพียรอันปรารภแล้ว เพื่อบรรลุความเป็นผู้เจริญที่สุดและประเสริฐสุดอันนั้น. เรานั่งที่โพธิมัณฑสถาน ได้ปรารภประคองความเพียรต่างโดยสัมมัปปธาน ๔ อันเป็นไปไม่ย่อหย่อน. ความเพียรนั้นของเราได้เป็นความเพียรไม่ย่อหย่อน เพราะได้ปรารภแล้วทีเดียว. ก็จะมีแต่ความเพียรอย่างเดียวก็หามิได้ แม้สติก็เป็นอันเราเข้าไปตั้งไว้โดยมุ่งตรงต่ออารมณ์ และเป็นสติที่ไม่หลงลืม เพราะเป็นธรรมชาติเข้าไปตั้งมั่นแล้ว.

บทว่า ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ ความว่า แม้กายของเราก็เป็นสภาพสงบด้วยอำนาจกายปัสสิทธิและจิตตปัสสัทธิ.

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๓๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เวรัญชสูตร”