บทว่า เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ความว่า
ได้ยินว่า พระเถระบวชแล้ว เป็นผู้ได้สมาบัติในภายในพรรษาก่อนเพื่อน ให้เกิดทิพยจักษุที่สามารถให้เห็นพ้นโลกธาตุได้. ท่านได้ไปยังสำนักของพระสารีบุตรเถระ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านพระสารีบุตร ในที่นี้ ข้าพเจ้าเห็นพ้นโลก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุมนุษย์. ก็ความเพียรอันข้าพเจ้าปรารภแล ไม่ย่อหย่อน สติอันข้าพเจ้าตั้งมั่นแล้ว ไม่หลงลืม กายสงบไม่กระสับกระส่าย จิตตั้งมั่นมีอารมณ์เดียว ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น จิตของข้าพเจ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่นดังนี้.
ลำดับนั้น พระสารีบุตรเถระกล่าวกะท่านว่า ดูก่อนท่านอนุรุทธะ ความคิดอันใดแลที่มีอยู่แก่ท่านอย่างนี้ว่า ก็ความเพียรอันข้าพเจ้าปรารภแล้ว ฯลฯ มีอารมณ์เดียว ความคิดอันนี้ของท่านก็เป็นอุทธัจจะ. ความคิดแม้ใดของท่านที่มีอยู่อย่างนี้ว่า ก็แลเมื่อเป็นเช่นนั้น จิตของข้าพเจ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น ความคิดของท่านก็เป็นกุกกุจจะ ดีละ ท่านอนุรุทธะ จงละธรรม ๓ ประการเหล่านี้เสีย ไม่ใส่ใจธรรม ๓ ประการเหล่านี้ จงน้อมจิตเข้าไปเพื่ออมตธาตุ ดังนี้
พระเถระบอกกรรมฐานแก่ท่านด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที