บทว่า ตานิ อภิภุยฺย ความว่า คนผู้มีไฟธาตุดี ได้อาหารเพียงทัพพีเดียว คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะพึงกินในอาหารนี้ จึงรวบมาทำให้เป็นคำเดียวกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นด้วยคิดว่า จะมีประโยชน์อะไรที่เราจะพึงเข้าสมาบัติในปริตตารมณ์นี้ นี้ไม่เป็นความหนักใจสำหรับเรา ดังนี้แล้วจึงเข้าสมาบัติ. อธิบายว่า ภิกษุนั้นย่อมถึงอัปปนาในอารมณ์นี้ พร้อมกับทำนิมิตให้เกิดขึ้นนั่นแหละ.

ก็ด้วยบทว่า ชานามิ ปสฺสามิ นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความผูกใจของภิกษุนั้น ก็แหละความผูกใจนั้นแลย่อมมีแก่ภิกษุผู้ออกจากสมาบัติ ไม่ใช่มีในภายในสมาบัติ.

บทว่า เอวํสญฺญี โหติ ความว่า เป็นผู้มีความสำคัญอย่างนี้ ด้วยอาโภคสัญญาบ้าง ด้วยฌานสัญญาบ้าง. เพราะอภิภวนสัญญา สัญญาในการครอบงำ ย่อมมีแก่เธอแม้ในภายในสมาบัติ แต่อาโภคสัญญา สัญญาในการผูกใจ ย่อมมีแก่เธอผู้ออกจากสมาบัติเท่านั้น.

อปฺปมาณานิ ได้แก่ ขยายขนาดออกไปไม่จำกัด. อธิบายว่า ใหญ่.

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๕๗๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อภิภายตนสูตร”