ตอบว่า ชายจีวรของพระเถระผู้กำลังลุกขึ้นไปไหว้พระทศพล ถูกตัวของภิกษุนั้นเข้า. บางท่านกล่าวว่า ลมพัดไปถูกเอาดังนี้ก็มี. ท่านผูกอาฆาตด้วยเหตุประมาณเท่านี้แล้ว เมื่อได้เห็นพระเถระไปด้วยบริวารเป็นอันมากเกิดริษยา จึงได้กล่าวอย่างนี้ว่า เราจักทูลห้ามการไปของพระเถระนั้นเสียดังนี้.

บทว่า เอหิ ตฺวํ ภิกฺขุ ความว่า พระศาสดาสดับคำของภิกษุนั้นแล้ว ทรงรู้ว่า เมื่อใครพูดค้านว่า พระสารีบุตรมิได้ประหารภิกษุนั้น เธอจะทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์เข้าข้างฝ่ายของพระอัครสาวกของพระองค์อย่างเดียว มิได้เข้าข้างข้าพระองค์ดังนี้ พึงเจ็บใจในเราแล้วเกิดในอบายดังนี้ ได้ตรัสสั่งกะภิกษุรูปหนึ่งว่า ให้เรียกสารีบุตรมา เราจักถามเรื่องนี้ดู ดังนี้ จึงได้ตรัสแล้วอย่างนี้.

บทว่า อปาปุรณํ อาทาย ได้แก่ ถือกุญแจ.

บทว่า สีหนาทํ ได้แก่ บันลือประเสริฐเฉพาะพระพักตร์ ไม่เปลี่ยนแปลง ภิกษุสงฆ์อันพระมหาเถระทั้งสองรูปประกาศแล้วอย่างนี้ ก็พากันมา ทิ้งที่พักกลางคืนและที่พักกลางวัน ได้ไปยังสำนักของพระศาสดา.

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๗๐๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วุฏฐิสูตร”