พระศาสดาตรัสทานของเวลามะด้วยเหตุประมาณเท่านี้แล้ว ตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี คนอื่นมิได้ให้แล้วซึ่งมหาทานนั้น เราได้ให้แล้ว ก็เราแม้เมื่อให้ทานเห็นปานนั้น หาได้บุคคลผู้สมควรเพื่อจะรับไม่ ท่านได้ให้ทานเมื่อพระพุทธเจ้าผู้เช่นเราปรากฏอยู่ในโลก เพราะเหตุไรจึงคิดเล่าดังนี้ เมื่อทรงเทศนาออกให้กว้างแก่เศรษฐี จึงได้ตรัสคำเป็นต้นว่า สิยา โข ปน โต ดังนี้.

ถามว่า ก็รูป เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณเหล่าใด ได้มีแล้วในกาลนั้น รูปเป็นต้นเหล่านั้นดับแล้วมิใช่หรือ เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สมัยนั้น เราเป็นพราหมณ์ชื่อเวลามะดังนี้.

ตอบว่า เพราะตัดประเพณีไม่ขาด. ด้วยว่ารูปเป็นต้นเหล่านั้น เมื่อดับ ให้ปัจจัยแก่ธรรมมีเวทนาเป็นต้นเหล่านี้แล้วจึงดับ. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้หมายถึงประเพณี (คือธรรม) ที่สืบต่อกันไม่ขาด.

บทว่า น ตํ โกจิ ทกฺขิณํ โสเธติ ความว่า ไม่มีใครๆ พึงกล่าวว่าใครเป็นสมณะหรือพราหมณ์ เทวดาหรือมาร ลุกขึ้นแล้ว ย่อมชำระทักษิณาให้บริสุทธิ์.

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๗๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เวลามสูตร”