สีโห เสนาปตีติ เอวํนามโก เสนาย อธิปติ. เวสาลิยํ หิ สตฺต สหสฺสานิ สตฺต สตานิ สตฺต จ ราชาโน, เต สพฺเพปิ สนฺนิปติตฺวา สพฺเพสํ มนํ คเหตฺวา "รฏฺฐํ วิจาเรตุํ สมตฺถํ เอกํ วิจินถา"ติ วิจินนฺตา ๒- สีหราชกุมารํ ทิสฺวา "อยํ สกฺขิสฺสตี"ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ตสฺส รตฺตมณิวณฺณํ กมฺพลปริโยนทฺธํ เสนาปติจฺฉตฺตํ อทํสุ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "สีโห เสนาปตี"ติ นิคณฺฐสาวโกติ นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส ปจฺจยทายโก อุปฏฺฐาโก. ชมฺพูทีปตลสฺมึ หิ ตโย ชนา นิคณฺฐานํ อคฺคุปฏฺฐากา:- นาฬนฺทายํ อุปาลิ คหปติ, กปิลปุเร วปฺโป สกฺโก, เวสาลิยํ อยํ สีโห เสนาปตีติ. นิสินฺโน โหตีติ เสสราชูนํ ปริสาย อนฺตนฺเตน ๓- อาสนานิ ปญฺญาปยึสุ, สีหสฺส ปน มชฺเฌ ฐาเนติ ตสฺมึ ปญฺญตฺเต มหารเห ราชาสเน นิสินฺโน โหติ. นิสฺสํสยนฺติ นิพฺพิจิกิจฺฉํ อทฺธา เอกํเสน, น เหเต ยสฺส วา ตสฺส วา อปฺเปสกฺขสฺส เอวํ อเนกสเตหิ การเณหิ วณฺณํ ภาสนฺติ.

เยน นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต เตนุปสงฺกมีติ นิคณฺโฐ กิร นาฏปุตฺโต "สจายํ สีโห กสฺสจิเทว สมณสฺส โคตมสฺส วณฺณํ กเถนฺตสฺส สุตฺวา สมณํ โคตมํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิสฺสติ, มยฺหํ ปริหานิ ภวิสฺสตี"ติ จินฺเตตฺวา ปฐมตรํเยว สีหํ เสนาปตึ เอตทโวจ "เสนาปติ อิมสฺมึ โลเก `อหํ พุทฺโธ อหํ พุทฺโธ'ติ พหู วิจรนฺติ. สเจ ตฺวํ กสฺสจิ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุกาโม อโหสิ, มํ ปุจฺเฉยฺยาสิ. อหํ เต ยุตฺตฏฺฐานํ เปเสสฺสามิ, อยุตฺตฏฺฐานโต นิวาเรสฺสามี"ติ. โส ตํ กถํ อนุสฺสริตฺวา "สเจ มํ เปเสสฺสติ, คมิสฺสามิ. โน เจ, น คมิสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา เยน นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ.

อถสฺส วจนํ สุตฺวา นิคณฺโฐ มหาปพฺพเตน วิย พลวโสเกน โอตฺถโฏ "ยตฺถ ทานิสฺสาหํ คมนํ น อิจฺฉามิ ตตฺเถว คนฺตุกาโม ชาโต, หโตหมสฺมี"ติ อนตฺตมโน หุตฺวา "ปฏิพาหนุปายมสฺส กริสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา กึ ปน ตฺวนฺติ- อาทิมาห. เอวํ วทนฺโต วิจรนฺตํ โคณํ ทณฺเฑน ปหรนฺโต วิย ชลมานํ ปทีปํ นิพฺพาเปนฺโต วิย ภตฺตภริตํ ปตฺตํ นิกุชฺฌนฺโต วิย จ สีหสฺส อุปฺปนฺนปีตึ วินาเสสิ. คมิยาภิสงฺขาโรติ หตฺถิยานาทีนํ โยชาปนคนฺธมาลาทิคฺคหณวเสน ปวตฺโต สํโยโค. ๑- โส ปฏิปฺปสฺสมฺภีติ โส วูปสนฺโต.

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๑๑๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “สีหสูตร”