@๙ ฉ.ม. ปติฏฺฐนฺติ ๑๐ ฉ.ม. ติฏฺฐติ สพฺพรตนมยํ, กาฬกูฏํ อญฺชนมยํ, คนฺธมาทนกูฏํ สานุมยํ อพฺภนฺตเร มุคฺควณฺณํ, มูลคนฺโธ สารคนฺโธ เผคฺคุคนฺโธ ตจคนฺโธ ปปฏิกาคนฺโธ รสคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ คนฺธคนฺโธติ ๑- อิเมหิ ทสหิ คนฺเธหิ อุสฺสนฺนํ, นานปฺปการโอสธสญฺฉนฺนํ กาฬปกฺขอุโปสถทิวเส อาทิตฺตมิว องฺคารํ ชลนฺตํ ติฏฺฐติ, เกลาสกูฏํ รชตมยํ, สพฺพานิ สุทสฺสเนน สมานุพฺเพธสณฺฐานานิ ตเมว สรํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐิตานิ. ตานิ สพฺพานิ เทวานุภาเวน นาคานุภาวเนน จ ปวสฺสนฺติ, ๒- นทิโย จ เตสุ ๓- สนฺทนฺติ. ตํ สพฺพํปิ อุทกํ อโนตตฺตเมว ปวิสติ. จนฺทิมสุริยา ทกฺขิเณน วา อุตฺตเรน วา คจฺฉนฺตา ปพฺพตนฺตเรน คจฺฉนฺติ ๔- ตตฺถ โอภาสํ กโรนฺติ, อุชุํ คจฺฉนฺตา น กโรนฺติ. เตเนวสฺส อโนตตฺโตติ สงฺขา อุทปาทิ.

ตตฺถ มโนหรสิลาตลานิ ๕- นิมฺมจฺฉกจฺฉปานิ ผลิกสทิสานิ นิมฺมโลกทานิ นฺหานติตฺถานิ สุปฏิยตฺตานิ โหนฺติ, เยสุ พุทฺธา ขีณาสวา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ อิทฺธิมนฺตา จ อิสโย นฺหายนฺติ, เทวยกฺขาทโย จ ๖- อุทกกีฬํ กีฬนฺติ. ๗-

ตตฺถ จตูสุ ปสฺเสสุ สีหมุขํ หตฺถิมุขํ อสฺสมุขํ อุสภมุขนฺติ จตฺตาริ มุขานิ โหนฺติ, เยหิ จตสฺโส นทิโย สนฺทนฺติ. สีหมุเขน นิกฺขนฺตนทีตีเร สีหา พหุตรา โหนฺติ. หตฺถิมุขาทีหิ นิกฺขนฺตนทีตีเร ๘- หตฺถิอสฺสอุสภา. ปุรตฺถิมทิสโต นิกฺขนฺตนที อโนตตฺตํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อิตรา ติสฺโส นทิโย อนุปคมฺม ปาจีนหิมวนฺเตเนว อมนุสฺสปถํ คนฺตฺวา มหาสมุทฺทํ ปวิสติ. ปจฺฉิมทิสโต จ อุตฺตรทิสโต จ นิกฺขนฺตนทิโยปิ ตเถว ปทกฺขิณํ กตฺวา ปจฺฉิมหิมวนฺเตเนว อุตฺตรหิมวนฺเตเนว จ อมนุสฺสปถํ คนฺตฺวา ๙- มหาสุทฺทํ ปวิสนฺติ. ทกฺขิณมุขโต นิกฺขนฺตนที ปน ตํ

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๑๓๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปหาราทสูตร”