@๔ ฉ.ม. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ๕ สี.,ม. มโนหรปทสิลานิ

@๖ ฉ.ม. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ ๗ ม. อุยฺยานกีฬํ

@๘ ฉ.ม. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ๙ สี. มนุสฺสปถํ อคนฺตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อุตฺตเรน อุชุกํ ปาสาณปิฏฺเฐเนว สฏฺฐิโยชนานิ คนฺตฺวา ปพฺพตํ ปหริตฺวา วุฏฺฐาย ปริกฺเขเปน ติคาวุตฺตปฺปมาณา อุทกธารา หุตฺวา อากาเสน สฏฺฐิโยชนานิ คนฺตฺวา ติยคฺคเฬ นาม ปาสาเณ ปติตา, ปาสาโณ อุทกธาราเวเคน ภินฺโน. ตตฺถ ปญฺญาสโยชนปฺปมาณา ติยคฺคฬา นาม มหาโปกฺขรณี ชาตา, โปกฺขรณิยา กูลํ ภินฺทิตฺวา ปาสาณํ ปวิสิตฺวา สฏฺฐิโยชนานิ คตา. ตโต ฆนปฐวึ ภินฺทิตฺวา อุมฺมงฺเคน ๑- สฏฺฐิโยชนานิ คนฺตฺวา วิชฺฌํ ๒- นาม ติรจฺฉานปพฺพตํ ปหริตฺวา หตฺถตเล ปญฺจงฺคุลิสทิสา ปญฺจธารา หุตฺวา ปวตฺตติ. สา ติกฺขตฺตุํ อโนตตฺตํ ปทกฺขิณํ กตฺวา คตฏฺฐาเน อาวตฺตคงฺคาติ วุจฺจติ. อุชุกํ ปาสาณปิฏฺเฐน สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน กณฺหคงฺคาติ, ๓- อากาเสน สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน อากาสคงฺคาติ, ติยคฺคฬปาสาเณ ปญฺญาสโยชโนกาเส ฐิตา ติยคฺคฬโปกฺขรณีติ, ๔- กูลํ ภินฺทิตฺวา ปาสาณํ ปวิสิตฺวา สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน พหลคงฺคาติ, อุมฺมงฺเคน สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน อุมฺมงฺคคงฺคาติ วุจฺจติ. วิชฺฌํ ๕- นาม ติรจฺฉานปพฺพตํ ปหริตฺวา ปญฺจธารา หุตฺวา ปวตฺตฏฺฐาเน ๖- ปน คงฺคา ยมุนา อจิรวตี สรภู มหีติ ปญฺจธา สงฺขํ คตา. เอวเมตา ปญฺจ มหานทิโย หิมวนฺตโต ปวตฺตนฺตีติ เวทิตพฺพาว.

สวนฺติโยติ ยา กาจิ สวมานา คจฺฉนฺติโย มหานทิโย วา กุนฺนทิโย วา. อปฺเปนฺตีติ อลฺลียนฺติ โอสรนฺติ. ธาราติ วุฏฺฐิธารา. ปูรตฺตนฺติ ปุณฺณภาโว. มหาสมุทฺทสฺส หิ อยํ ธมฺมตาว:- "อิมสฺมึ กาเล เทโว มนฺโท ชาโต, ชาลกฺขิปาทีนิ อาทาย มจฺฉกจฺฉเป คณฺหิสฺสามา"ติ วา "อิมสฺมึ กาเล มหนฺตา วุฏฺฐิ, ลภิสฺสาม นุ โข ปิฏฺฐิปาสาณฏฺฐานนฺ"ติ วา วตฺตุํ น สกฺกา. ปฐมกปฺปิกกาลโต ปฏฺฐาย หิ ยํ สิเนรุเมขลํ อาหจฺจ อุทกํ ฐิตํ, ตโต เอกงฺคุลมตฺตํ ๗- อุทกํ เนว เหฏฺฐา โอสีทติ, น อุทฺธํ อุตฺตรติ. เอกรโสติ อสมฺภินฺนรโส.

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๑๓๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “ปหาราทสูตร”