@๓ สี. ปทรจยํ, ม. สุปริจยํ ๔ ฉ.ม. อนฺโตปากาเรน

หตฺถาโรหาติ สพฺเพ ๑- หตฺถิอาจริยหตฺถิเวชฺชหตฺถิพนฺธาทโย. ๒- อสฺสาโรหาติ สพฺเพปิ อสฺสาจริยอสฺสเวชฺชอสฺสพนฺธาทโย. รถิกาติ สพฺเพปิ รถาจริยรถโยธรถ- รกฺขาทโย. ธนุคฺคหาติ อสฺสาสา. เจลกาติ เย ยุทฺเธ ชยทฺธชํ คเหตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺติ. จลกาติ "อิธ รญฺโญ ฐานํ โหตุ, อิธ อสุกมหามตฺตสฺสา"ติ เอวํ เสนาพฺยูหการกา. ปิณฺฑทายกาติ ๓- สาหสิกมหาโยธา. เต กิร ปรเสนํ ปวิสิตฺวา ปิณฺฑปิณฺฑมิว เฉตฺวา เฉตฺวา นยนฺติ, ๔- อุปฺปติตฺวา นิคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เย วา สงฺคามมชฺเฌ โยธานํ ภตฺตปานียํ คเหตฺวา ปวิสนฺติ, เตสมฺเปตํ นามํ. อุคฺคา ราชปุตฺตาติ อุคฺคตุคฺคตา สงฺคามาวจรา ราชปุตฺตา. ปกฺขนฺทิโนติ เย "กสฺส สีสํ วา อาวุธํ วา อาหรามา"ติ วตฺวา "อสุกสฺสา"ติ วุตฺตา สงฺคามํ ปกฺขนฺทิตฺวา ตเทว อาหรนฺติ, อิเม ปกฺขนฺทนฺตีติ ปกฺขนฺทิโน. มหานาคา วิย มหานาคา, หตฺถิ- อาทีสุปิ อภิมุขํ อาคจฺฉนฺเตสุ อนิวตฺติยโยธานํ เอตํ อธิวจนํ. สูราติ เอกสูรา, ๕- เย สชาลิกาปิ สวมฺมิกาปิ สมุทฺทํ ตริตุํ สกฺโกนฺติ. จมฺมโยธิโนติ เย จมฺมกญฺจุกํ วา ปวิสิตฺวา สรปริตฺตาณจมฺมํ วา คเหตฺวา ยุชฺฌนฺติ. ทาสกปุตฺตาติ พลวสิเนหา ฆรทาสโยธา. โทวาริโกติ ทฺวารปาโล. วาสนเลปนสมฺปนฺโนติ วาสเนน สพฺพวิวรปฏิจฺฉาทเนน สุธาเลเปน สมฺปนฺโน, พหิ วา ขาณุปาการสงฺขาเตน วาสเนน ฆนมฏฺเฐน จ สุธาเลเปน สมฺปนฺโน ปุณฺณฆฏปนฺตึ ทสฺเสตฺวา กตจิตฺตกมฺโม ปคฺคหิตทฺธโช. ติณกฏฺโฐทกนฺติ หตฺถิอสฺสาทีนํ ฆาสตฺถาย เคหานญฺจ ฉาทนตฺถาย อาหริตฺวา พหูสุ ฐาเนสุ ฐปิตติณญฺจ, เคหกรณปจนาทีนํ อตฺถาย อาหริตฺวา ฐปิตกฏฺฐญฺจ, ยนฺเตหิ ปเวเสตฺวา โปกฺขรณีสุ ฐปิตอุทกญฺจ. สนฺนิจิตํ โหตีติ ปฏิกจฺเจว อเนเกสุ ฐาเนสุ สุฏฺฐุ สนฺนิจิตํ โหติ. อพฺภนฺตรานํ รติยาติ อนฺโตนครวาสีนํ รติอตฺถาย. อปริตสฺสายาติ ตาสํ อนาปชฺชนตฺถาย. สาลิยวกนฺติ นานปฺปการา สาลี เจว ยวา จ. ติลมุคฺคมาสาปรณฺณนฺติ ติลมุคฺคมาสา จ เสสาปรณฺณญฺจ.

@๔ สี. ทสฺสนฺติ ๕ ม. เอกนฺตสูรา, สุ.วิ. ๑/๑๖๓/๑๔๓

เล่มที่ ๒๓ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต๗๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “นครสูตร”