ภิกษุนั้นเมื่อไม่รู้อย่างนี้ เว้นคนพาลแล้ว ย่อมไม่เสพบัณฑิต เมื่อเว้นคนพาลไม่เสพบัณฑิตอยู่ ชื่อว่าย่อมไม่รู้สิ่งที่ควรและไม่ควร. กรรมที่เป็นอกุศลและอกุศล กรรมที่มีโทษและไม่มีโทษ กรรมหนักและเบา กรรมที่แก้ไขได้และแก้ไขไม่ได้ เหตุและมิใช่เหตุ เมื่อไม่รู้ดังนั้น รับกรรมฐานไปแล้วก็ไม่อาจให้เจริญได้ ภิกษุนั้นย่อมไม่เจริญด้วยศีลเป็นต้นตามที่กล่าวแล้วในพระศาสนานี้ เหมือนฝูงโคของนายโคบาลผู้ไม่ฉลาดนั้น ไม่เพิ่มขึ้นได้ฉะนั้น. ภิกษุนั้นย่อมเป็นผู้เหินห่างจากธรรมขันธ์ ๕ เหมือนนายโคบาลผู้ไม่ฉลาดนั้นเหินห่างจากปัญจโครสฉะนั้น.

บทว่า น อาสาฏิกํ สาเฏตา โหติ ความว่า ภิกษุไม่บรรเทากามวิตกเป็นต้นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วอย่างนี้ว่า กามวิตกเกิดขึ้นแล้ว ดังนี้. ภิกษุนั้นไม่ทำอกุศลวิตกนี้ให้หมดจดแล้ว เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งวิตกเที่ยวไป รับกรรมฐานแล้วก็ไม่อาจให้เจริญได้. ภิกษุนั้นย่อมเป็นผู้เหินห่าง ฯลฯ เหมือนฝูงโคของนายโคบาลนั้นฉะนั้น.

บทว่า น วณํ ปฏิจฺฉาเทตา โหติ ความว่า ภิกษุนั้นถือเอานิมิตในอารมณ์ทั้งปวงโดยนัยมีอาทิว่า ภิกษุเห็นรูปด้วยจักษุแล้วเป็นผู้ถือเอาโดยนิมิต ดังนี้ ย่อมไม่ยังความสำรวมให้ถึงพร้อม เหมือนนายโคบาลผู้ไม่ฉลาดนั้นไม่ปิดแผลฉะนั้น. ภิกษุนั้นเป็นผู้เปิดทวารเที่ยวไป รับกรรมฐานแล้วก็ไม่ทำให้เจริญได้ ฯลฯ ย่อมเป็นผู้เหินห่างจากพระธรรม.

บทว่า น ธูมํ กตฺตา โหติ ความว่า ภิกษุย่อมไม่กระทำการสุมควัน คือธรรมเทศนา ไม่กล่าวธรรม ไม่สวดสรภัญญะ ไม่นั่งสนทนาธรรม ไม่กระทำอนุโมทนา เหมือนนายโคบาลไม่สุมควันไฟ.

เล่มที่ ๒๔ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต๕๓๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “โคปาลกสูตร”