บทว่า น วีถึ ชานาติ ความว่า ภิกษุนั้นย่อมไม่รู้ชัดตามความจริงซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ว่าทางนี้เป็นโลกิยะ ทางนี้เป็นโลกุตระดังนี้ เหมือนนายโคบาลไม่รู้ทางและมิใช่ทางฉะนั้น. เมื่อไม่รู้ทาง ยึดมั่นทางอันเป็นโลกิยะแล้ว ไม่อาจทำทางที่เป็นโลกุตระให้บังเกิดได้ ฯลฯ ย่อมเป็นผู้เหินห่างจากพระธรรม.

บทว่า น โคจรกุสโล โหติ ความว่า ภิกษุนั้นย่อมไม่รู้ตามความเป็นจริงซึ่งสติปัฏฐาน ๔ ว่าเหล่านี้เป็นโลกิยะ เหล่านี้เป็นโลกุตระ เหมือนนายโคบาลผู้ไม่รู้จักวาระ ๕ วัน ๗ วัน เมื่อไม่รู้ ไม่น้อมญาณของตนเข้าไปในกรรมฐานอันสุขุมละเอียด ยึดมั่นในสติปัฏฐานอันเป็นโลกิยะ ก็ไม่อาจทำสติปัฏฐานที่เป็นโลกุตระให้บังเกิดได้ ฯลฯ ย่อมเป็นย่อมผู้เหินห่างจากพระธรรม.

บทว่า อนวเสสโทหี โหติ ความว่า ภิกษุนั้น เมื่อไม่รู้ประมาณในการรับ ชื่อว่าย่อมรีดโดยไม่มีส่วนเหลือ.

ก็ในนิเทสวาระแห่งคำนั้นมีอธิบายดังต่อไปนี้.

เล่มที่ ๒๔ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต๕๓๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “โคปาลกสูตร”