@๒/๓๔๖/๑๖๖ มหาโคปาลกสุตฺต

น ปีตํ ชานาตีติ ปีตํปิ อปีตํ น ชานาติ. โคปาลเกน หิ "อิมาย คาวิยา ปีตํ, อิมาย น ปีตํ, อิมาย ปานียติตฺเถ โอกาโส ลทฺโธ, อิมาย น ลทฺโธ"ติ เอวํ ปีตาปีตํ ชานิตพฺพํ โหติ. อยํ ปน ทิวสภาเค อรญฺเญ โคคณํ รกฺขิตฺวา "ปานียํ ปาเยสฺสามี"ติ นทึ วา ตฬากํ วา โอคาเหตฺวา คจฺฉติ. ตตฺถ มหาอุสภา จ อนุสภา จ พลวคาวิโย จ ๑- ทุพฺพลานิ เจว มหลฺลิกานิ จ โครูปานิ สิงฺเคหิ วา ผาสุกาหิ วา ปหริตฺวา อตฺตโน โอกาสํ กตฺวา อูรุปฺปมาณํ อุทกํ ปวิสิตฺวา ยถากามํ ปิวนฺติ. อวเสสา โอกาสํ อลภมานา ตีเร ฐตฺวา กลลมิสฺสกํ อุทกํ ปิวนฺติ วา อปีตาเอว วา โหนฺติ. อถ โส โคปาลโก ปิฏฺฐิยํ ปหริตฺวา ปุน อรญฺญํ ปเวเสติ. ตตฺถ อปีตา คาวิโย ปิปาสาย สุสฺสมานา ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ น สกฺโกนฺติ. ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ. โคณานํ ชโว หายติ ฯเปฯ ปริพาหิโร โหติ.

น วีถึ ชานาตีติ "อยํ มคฺโค สโม เขโม, อยํ วิสโม สาสงฺโก สปฺปฏิภโย"ติ น ชานาติ. โส สมํ เขมํ มคฺคํ วชฺเชตฺวา โคคณํ อิตรํ มคฺคํ ปฏิปาเทติ. ตตฺถ คาโว สีหพฺยคฺฆาทีนํ คนฺเธน โจรปรสฺสเยน จ อภิภูตา ภนฺตมิคสปฺปฏิภาคา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา ติฏฺฐนฺติ, เนว ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทนฺติ, น ปานียํ ปิวนฺติ. ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ ฯเปฯ ปริพาหิโร โหติ.

น โคจรกุสโล โหตีติ โคปาลเกน หิ โคจรกุสเลน ภวิตพฺพํ, ปญฺจาหิกจาโร วา สตฺตาหิกจาโร วา ชานิตพฺโพ. เอกาย ทิสาย โคคณํ จาเรตฺวา ปุนทิวเส ตตฺถ น จาเรตพฺโพ. มหตา หิ โคคเณน อาจิณฺณฏฺฐานํ ๒- เภริตลํ วิย สุทฺธํ โหติ นิตฺติณํ, อุทกํปิ อาลุฬิสฺสติ. ๓- ตสฺมา ปญฺจเม วา สตฺตเม วา ทิวเส ปุน ตตฺถ จาเรตุํ วฏฺฏติ. เอตฺตเกน หิ ติณมฺปิ ปฏิวิรุหติ, อุทกมฺปิ ปสีทติ, อยํ ปน อิมํ ปญฺจาทิกจารํ วา สตฺตาหิกจารํ วา น ชานาติ, ทิวเส ทิวเส รกฺขิตฏฺฐาเนเยว

เล่มที่ ๒๔ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต๑๗๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “โคปาลกสูตร”