เปฯ ปริพาหิโร โหติ.

อนวเสสโทหี จ โหตีติ ปณฺฑิตโคปาลเกน หิ ยาว วจฺฉกสฺส มํสโลหิตํ สณฺฐาติ, ตาว เอกํ เทฺว ถเน ฐเปตฺวา สาวเสสโทหินา ภวิตพฺพํ. อยํ วจฺฉกสฺส กิญฺจิ อเสเสตฺวา ๑- ทุหติ. ขีรปโก ๒- วจฺโฉ ขีรปิปาสาย สุสฺสติ, สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต กมฺปมาโน มาตุ ปรโต ปติตฺวา กาลํ กโรติ. มาตา ปุตฺตกํ ทิสฺวา "มยฺหํ ปุตฺตโก อตฺตโน มาตุขีรํ ปาตุํ น ลภตี"ติ ปุตฺตโสเกน เนว ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ น ปานียํ ปาตุํ สกฺโกติ, ถเนสุ ขีรํ ฉิชฺชติ. เอวมสฺส โคคโณปิ ปริหายติ ฯเปฯ ปญฺจโครสโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

คุนฺนํ ปิติฏฺฐานํ กโรนฺตีติ โคปิตโร. คาโว ปริณายนฺติ ยถารุจึ คเหตฺวา คจฺฉนฺตีติ โคปริณายกา. เต น อติเรกปูชายาติ ปณฺฑิโต โคปาลโก เอวรูเป อุสเภ อติเรกปูชาย ปูเชติ, ปณีตํ โคภตฺตํ เทติ, คนฺธปญฺจงฺคุลิเกหิ มณฺเฑติ, มาลํ ปิลนฺเธติ, สิงฺเคสุ สุวณฺณรชตโกสเก จ ฐเปติ, ๓- ริตฺตึ ปทีปํ ชาเลตฺวา เจลวิตานสฺส เหฏฺฐา สยาเปติ. อยํ ปน ตโต เอกสกฺการมฺปิ น กโรติ. อุสภา อติเรกปูชํ อลภมานา โคคณํ น รกฺขนฺติ, ปริสฺสยํ น วาเรนฺติ. เอวมสฺส โคคโณปิ ปริหายติ ฯเปฯ ปญฺจโครสโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. น รูปญฺญู โหตีติ "จตฺตาริ จ มหาภูตานิ จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปนฺ"ติ เอวํ วุตฺตํ รูปํ ทฺวีหากาเรหิ น ชานาติ คณนโต วา สมุฏฺฐานโต วา. คณนโต น ชานาติ นาม:- "จกฺขฺวายตนํ โสตฆานชิวฺหากายรูป- สทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพายตนํ, อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา, มุทุตา, กมฺมญฺญตา,

เล่มที่ ๒๔ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต๑๗๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “โคปาลกสูตร”