ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สุตตนิบาต
  10. /
  11. ๒. จูฬวรรค
  12. /
  13. ๗. พราหมณธรรมิกสูตร

๗. พราหมณธรรมิกสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๓๒๒ · บรรทัด ๗๙๒๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. พราหมณธัมมิกสูตร

ว่าด้วยธรรมของพราหมณ์ที่แท้จริง

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก- เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พราหมณ์มหาศาลชาวโกศลจำนวนมาก ซึ่งล้วนแต่ เป็นผู้แก่เฒ่า สูงอายุ เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับแล้วทั้งนั้น พากัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้วได้สนทนาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค พอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม ปัจจุบันนี้ พราหมณ์ ๑- ทั้งหลายยังนิยมปฏิบัติ ธรรมเนียมของพราหมณ์สมัยโบราณอยู่หรือไม่”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ท่านพราหมณ์ทั้งหลาย ปัจจุบันนี้ พราหมณ์ ทั้งหลายไม่นิยมปฏิบัติธรรมเนียมของพราหมณ์สมัยโบราณเลย”

พราหมณ์ทั้งหลายทูลว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม ขอประทานวโรกาส หากไม่ ทรงหนักพระทัย ขอพระองค์โปรดตรัสบอกธรรมเนียมของพราหมณ์สมัยโบราณแก่ ข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ท่านพราหมณ์ทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น ท่านทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจะกล่าว”

พราหมณ์มหาศาลเหล่านั้นทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาค จึงได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

[๒๘๗]

ฤๅษีทั้งหลายสมัยก่อน มีความสำรวมตน

มีตบะ ๒- ละกามคุณ ๕ ได้แล้ว

บำเพ็ญประโยชน์ตนให้สำเร็จ

@เชิงอรรถ :

@๑ พราหมณ์ มี ๕ จำพวก คือ (๑) พรหมสมพราหมณ์ (พราหมณ์ที่มีความประพฤติเสมอพรหม)

@(๒) เทวสมพราหมณ์ (พราหมณ์ที่มีความประพฤติเสมอเทวดา) (๓) มริยาทพราหมณ์ (พราหมณ์ที่มีความ

@ประพฤติดี) (๔) สัมภินนมริยาทพราหมณ์ (พราหมณ์ที่มีความประพฤติทั้งดีและชั่วปนกัน) (๕) พราหมณ-

@จัณฑาลพราหมณ์ (พราหมณ์ที่เป็นพราหมณ์จัณฑาล) (องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๑๙๒/๓๒๓)

@๒ มีตบะ ในที่นี้หมายถึงสำรวมอินทรีย์ ๖ ประการ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ) (ขุ.สุ.อ. ๒/๒๘๗/๑๒๖)

[๒๘๘]

พราหมณ์สมัยก่อน ไม่มีสัตว์เลี้ยง

ไม่สะสมเงินทอง ไม่มีสิ่งของต่างๆ

พวกเขามีทรัพย์และธัญชาติคือการสาธยายมนตร์

รักษาขุมทรัพย์ที่ประเสริฐ ๑- ไว้

[๒๘๙]

ทายกต่างเต็มใจถวายภัตตาหาร

ที่ตนจัดเตรียมไว้ที่ประตูเรือน

แก่พราหมณ์ที่แสวงหาภัตตาหาร

ที่บุคคลให้ด้วยศรัทธาเป็นนิตย์

[๒๙๐]

ทั้งชาวชนบทและชาวเมืองต่างแต่งกาย

ด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณหลากสี

มีที่อยู่หลับนอนอาศัยเป็นหลักแหล่งมั่นคง

ได้พากันเคารพนับถือพราหมณ์เหล่านั้น

[๒๙๑]

พราหมณ์ทั้งหลาย ชื่อว่ามีธรรมรักษา

จึงไม่มีใครๆ คิดฆ่า คิดเอาชนะ

และทุกครัวเรือนไม่มีใครๆ ปฏิเสธพราหมณ์เหล่านั้นเลย

[๒๙๒]

สมัยก่อน พราหมณ์ได้ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่เด็ก

เที่ยวเสาะแสวงหาวิชชาและจรณะ นับเป็นเวลานานถึง ๔๘ ปี

[๒๙๓]

พราหมณ์เหล่านั้นไม่สมสู่กับหญิงวรรณะอื่น

ทั้งไม่ยอมใช้เงินซื้อหญิงมาเป็นภรรยา

แต่จะอภิรมย์อยู่กินกับหญิงที่ผู้ปกครองยกให้

ด้วยความสมัครใจเท่านั้น

[๒๙๔]

พราหมณ์ผู้เป็นสามีย่อมไม่ร่วมกับภรรยาผู้เว้นจากระดู ๒-

นอกจากสมัยที่ควรจะร่วม

พราหมณ์ย่อมไม่ร่วมเมถุนธรรมในระหว่างโดยแท้

@เชิงอรรถ :

@๑ ขุมทรัพย์ที่ประเสริฐ ในที่นี้หมายถึงวิหารธรรม มีเมตตา เป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๒๘๘/๑๒๖-๑๒๗)

@๒ ภรรยาผู้เว้นจากระดู หมายถึงภรรยาที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน (ขุ.สุ.อ. ๒/๒๙๔/๑๒๙)

[๒๙๕]

พราหมณ์สมัยนั้นพากันสรรเสริญการประพฤติพรหมจรรย์ ๑-

ศีล ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ตบะ

ความสงบเสงี่ยม การไม่เบียดเบียนกัน และขันติ

[๒๙๖]

พราหมณ์ผู้เสมอด้วยพรหม ผู้มีความบากบั่นมั่นคง

เป็นผู้สูงสุดกว่าพราหมณ์เหล่านั้น

และพราหมณ์เหล่านั้นย่อมไม่เสพเมถุนธรรม

แม้แต่จะฝันถึงก็ไม่มี

[๒๙๗]

พราหมณ์บางพวกผู้เป็นบัณฑิตในโลกนี้

ศึกษาตามวัตรปฏิบัติของพราหมณ์ผู้เสมอด้วยพรหมนั้นอยู่

จึงสรรเสริญการประพฤติพรหมจรรย์ ศีล และขันติ

[๒๙๘]

พราหมณ์ทั้งหลายผู้ขอข้าวสาร ที่นอน ผ้า เนยใส และน้ำมัน

มาเก็บรวบรวมไว้โดยธรรมแล้วบูชายัญด้วยของเหล่านั้น

[๒๙๙]

ในยัญที่บูชานั้น พราหมณ์จะไม่ยอมฆ่าแม่โคเลย

เหมือนมารดาบิดา พี่น้อง หรือแม้ญาติอื่นๆ

ไม่ยอมฆ่าแม่โค เพราะคิดว่าแม่โคเป็นสัตว์มีอุปการะยิ่งใหญ่

ซึ่งผลิตปัญจโครส ๒- อันเป็นยา

[๓๐๐]

อนึ่ง แม่โคนั้นให้ข้าว ให้กำลัง ให้ผิวพรรณ และความสุข

พราหมณ์ทราบถึงประโยชน์ยิ่งใหญ่เช่นนี้จึงไม่ยอมฆ่าแม่โค

[๓๐๑]

พราหมณ์เหล่านั้นมีผิวเนื้อละเอียดอ่อน

มีรูปร่างใหญ่ มีผิวพรรณผุดผ่อง มีเกียรติยศ

ปฏิบัติหน้าที่ใหญ่น้อยตามธรรมเนียมของตนอย่างเคร่งครัด

@เชิงอรรถ :

@๑ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงเมถุนวิรัติ (ขุ.สุ.อ. ๒/๒๙๔/๑๓๐)

@๒ ปัญจโครส หมายถึงผลผลิตเกิดจากโค มี ๕ อย่าง คือ นมสด นมเปรี้ยว เปรียง เนยใส และเนยข้น

@(วิ.ม. (แปล) ๕/๒๙๙/๑๒๗)

ได้บำเพ็ญจริยาวัตรต่างๆ ในโลก

มุ่งให้ประชาชนประสพสุขสวัสดี

[๓๐๒]

ต่อมา พราหมณ์เหล่านั้นเกิดความสำคัญผิด

เพราะเห็นความสุขเพียงเล็กน้อยที่เกิดจากกามคุณที่ต่ำทราม

สมบัติอันวิเศษของพระเจ้าแผ่นดิน และสตรีที่แต่งกายงดงาม

[๓๐๓]

รถเทียมม้าอาชาไนยที่ตกแต่งไว้ดี

สลักลวดลายอย่างวิจิตร

เรือนใหญ่เรือนน้อยที่แบ่งสัดส่วนไว้เป็นอย่างดี

[๓๐๔]

พราหมณ์ผู้สำคัญผิดนั้น

ปรารถนาอยากเป็นเจ้าของโภคทรัพย์

ซึ่งเป็นของมนุษย์อันโอฬาร เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงโค

ประกอบไปด้วยหมู่นารีผู้ประเสริฐ

[๓๐๕]

พราหมณ์เหล่านั้นจึงผูกมนตร์มุ่งหวังโภคสมบัตินั้นๆ

แล้วพากันเข้าไปเฝ้าพระเจ้าโอกกากะ กราบทูลว่า

‘พระองค์ทรงมีทรัพย์และธัญชาติเป็นจำนวนมาก

ขอพระองค์ทรงบูชายัญเถิด

พระองค์จะทรงมีแก้ว แหวน เงิน ทอง

พืชพันธุ์ธัญญาหารเพิ่มมากขึ้น’

[๓๐๖]

และเมื่อพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงองอาจยิ่งใหญ่

ทรงยินยอมตามคำของพราหมณ์นั้นแล้ว

จึงทรงบูชายัญ คือ อัสสเมธะ ปุริสเมธะ

สัมมาปาสะ วาชเปยยะ และนิรัคคฬะ ๑-

ครั้นเสร็จแล้วก็พระราชทานทรัพย์แก่พราหมณ์เหล่านั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถที่ ๑ หน้า ๓๗๓ ในเล่มนี้

[๓๐๗]

อีกทั้งโค ที่นอน ผ้า สตรีที่แต่งกายงดงาม

รถเทียมม้าอาชาไนยที่ตกแต่งไว้ดี

สลักลวดลายอย่างวิจิตร

[๓๐๘]

ทั้งรับสั่งให้นำเอาธัญชาติต่างๆ

ไปบรรจุไว้ให้เต็มเรือนที่น่ารื่นรมย์ ซึ่งแบ่งสัดส่วนไว้เป็นอย่างดี

แล้วพระราชทานทรัพย์แก่พราหมณ์เหล่านั้น

[๓๐๙]

พราหมณ์เหล่านั้นได้ทรัพย์ที่พระราชทานนั้นๆ แล้ว

ชอบเก็บสะสมไว้ จึงถูกความอยากครอบงำ

เพิ่มพูนความอยากได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

พวกเขาจึงผูกมนตร์มุ่งหวังโภคทรัพย์นั้นๆ ขึ้น

พากันเข้าไปเฝ้าพระเจ้าโอกกากะอีก

[๓๑๐]

กราบทูลว่า โคทั้งหลายเกิดขึ้นเพื่อให้ใช้ทำประโยชน์

ในกิจการต่างๆ ของมนุษย์

เหมือนแม่น้ำ แผ่นดิน เงินทอง ทรัพย์สินและพืชพันธุ์ธัญญาหาร

เกิดขึ้นเพื่อให้มนุษย์ใช้ประโยชน์

ขอพระองค์ทรงทำพิธีบูชายัญเถิด

พระองค์จะทรงมีแก้ว แหวน เงิน ทอง

พืชพันธุ์ธัญญาหารเพิ่มมากขึ้น

[๓๑๑]

และเมื่อพระเจ้าแผ่นดิน ผู้องอาจยิ่งใหญ่

ทรงยินยอมตามคำของพราหมณ์เหล่านั้นแล้ว

จึงทรงทำพิธีบูชายัญ ในพิธีบูชายัญนั้น

รับสั่งให้ฆ่าแม่โคมากมายหลายแสนตัว

[๓๑๒]

แม่โคนมทั้งหลายสงบเสงี่ยมเหมือนแม่แพะ

ถึงจะถูกคนเลี้ยงรีดนมใส่หม้อ

ก็ไม่ใช้เท้าหรือเขาอย่างใดอย่างหนึ่งทำอันตรายเลย

กระนั้น พระราชาก็รับสั่งให้จับที่เขาแล้วฆ่าด้วยศัสตรา

[๓๑๓]

เพราะการฆ่าโคบูชายัญนั้น เทวดา พระพรหม

พระอินทร์ อสูร และผีเสื้อสมุทร

ต่างเปล่งวาจาประณามมนุษย์ว่า

ไม่มีคุณธรรม เพราะมีดที่แทงแม่โค

[๓๑๔]

แต่ก่อนนั้นมีโรคร้ายอยู่เพียง ๓ ชนิด คือ

โรคความอยาก โรคความหิว และโรคชรา

แต่เพราะการทำร้ายเบียดเบียนปศุสัตว์

จึงทำให้แพร่โรคร้ายเพิ่มขึ้นถึง ๙๘ ชนิด

[๓๑๕]

การทำร้ายเบียดเบียนปศุสัตว์นี้

นับเป็นการลงทัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ไร้คุณธรรม มีมาแต่เดิมแล้ว

แม่โคนมทั้งหลายที่ไม่ทำร้ายเบียดเบียนใครๆ ต่างก็ถูกฆ่า

พวกบูชายัญก็เสื่อมจากธรรม

[๓๑๖]

ดังกล่าวมานี้ การฆ่าสัตว์บูชายัญนี้

เป็นธรรมเนียมที่ต่ำทราม

มีมาแต่โบราณ ถูกวิญญูชนติเตียน

คือวิญญูชนจะติเตียนคนที่ทำพิธีบูชายัญ

โดยวิธีนี้ในที่ทุกแห่งที่ตนเห็น

[๓๑๗]

เมื่อธรรมเนียมเก่าของพราหมณ์เสื่อมสูญไปอย่างนี้แล้ว

คนวรรณะศูทรและแพศย์ก็แตกแยกกัน

วรรณะกษัตริย์จำนวนมากก็แตกแยกกัน

ภรรยาก็ยังดูหมิ่นสามี

[๓๑๘]

กษัตริย์ พราหมณ์ พร้อมทั้งแพศย์และศูทร

ที่เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม

ที่ได้รับความคุ้มครองจากวงศ์ตระกูลของตน

ต่างไม่คำนึงถึงชาติชั้นวรรณะต่อไป

ล้วนตกอยู่ในอำนาจกามคุณ

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พราหมณ์มหาศาลเหล่านั้นได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของท่านพระโคดมชัดเจน ไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของท่านพระโคดมชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ท่านพระโคดมทรงประกาศธรรมแจ่มแจ้งโดยประการต่างๆ เปรียบเหมือนบุคคล หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด โดยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ พวกข้าพระองค์นี้ขอถึงท่านพระโคดม พร้อมทั้ง พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอท่านพระโคดมจงทรงจำพวกข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต”

พราหมณธัมมิกสูตรที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๖. ธรรมจริยสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๒. จูฬวรรคพระสูตรถัดไป๘. นาวาสูตร