ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๑๗. โกธวรรค

๑๗. โกธวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๒๗ · บรรทัด ๘๖๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๗. โกธวรรค

หมวดว่าด้วยความโกรธ

๑. โรหิณีขัตติยกัญญาวัตถุ

เรื่องเจ้าหญิงโรหิณี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เจ้าหญิงโรหิณี ดังนี้)

[๒๒๑]

บุคคลควรละความโกรธ สละมานะ

ก้าวล่วงสังโยชน์ได้หมดทุกอย่าง

ความทุกข์ย่อมไม่รุมเร้าคนนั้นผู้ไม่ติดอยู่ในนามรูป

ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ๑-

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๓๔/๔๓-๔๔

๒. อัญญตรภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เทวดา ดังนี้)

[๒๒๒]

ผู้ใดอดกลั้นความโกรธที่เกิดขึ้นไว้ได้

เหมือนนายสารถีหยุดรถที่กำลังแล่นอยู่ได้

เราเรียกผู้นั้นว่า นายสารถี

คนนอกจากนี้ เป็นเพียงผู้ถือเชือกเท่านั้น

๓. อุตตราอุปาสิกาวัตถุ

เรื่องนางอุตตราอุบาสิกา

(พระผู้มีพระภาคทรงชมเชยนางอุตตราที่อดกลั้นความโกรธต่อนางสิริมา จึงตรัสพระคาถานี้แก่นางอุตตรา ดังนี้)

[๒๒๓]

บุคคลพึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ

พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

พึงชนะคนพูดเหลาะแหละด้วยคำสัตย์ ๑-

๔. มหาโมคคัลลานเถรปัญหวัตถุ

เรื่องปัญหาของพระมหาโมคคัลลานเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระมหาโมคคัลลานเถระ ดังนี้)

[๒๒๔]

บุคคลควรพูดคำจริง ไม่ควรโกรธ

แม้เขาขอเพียงเล็กน้อยก็ควรให้ ๒-

ด้วยเหตุ ๓ อย่างนี้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) บุคคลพึงไปเทวโลกได้

@เชิงอรรถ :

@๑ ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๒/๖๒

@๒ ให้ ในที่นี้หมายถึงให้ไทยธรรมแก่ท่านผู้ทรงศีล (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๗๖-๑๗๗)

๕. ภิกขูหิปุฏฐปัญหวัตถุ

เรื่องปัญหาที่ภิกษุทูลถาม

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๒๕]

มุนี ๑- ผู้ไม่เบียดเบียน สำรวมกายอยู่เป็นนิตย์ ๒-

ย่อมไปสู่ที่ที่ไม่จุติที่ไปแล้วไม่เศร้าโศก

๖. ปุณณทาสีวัตถุ

เรื่องนางปุณณทาสี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางทาสของเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ ชื่อปุณณา ดังนี้)

[๒๒๖]

สำหรับบุคคลผู้ตื่นอยู่ตลอดเวลา

หมั่นศึกษาไตรสิกขาทั้งกลางวันและกลางคืน

น้อมจิตเข้าหานิพพาน

อาสวะทั้งหลาย ๓- ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้

๗. อตุลอุปาสกวัตถุ

เรื่องอตุลอุบาสก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อตุลอุบาสกพร้อมบริวาร ๕๐๐ คน ดังนี้)

[๒๒๗]

อตุละเอ๋ย การนินทาและสรรเสริญนี้มีมานานแล้ว

มิใช่เพิ่งมีในวันนี้เท่านั้น

คนนั่งอยู่เฉยๆ เขาก็นินทา

@เชิงอรรถ :

@๑ มุนี ในที่นี้หมายถึงพระอเสขะมุนีผู้บรรลุมรรคและผลด้วยโมเนยยปฏิปทา (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๘๐)

@๒ สำรวมกาย หมายถึงสำรวมกาย วาจา ใจ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๘๐)

@๓ อาสวะ มี ๔ ประการ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๘๓, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๓๗/๕๘๖)

คนพูดมาก เขาก็นินทา

แม้คนพูดน้อย เขาก็นินทา

ไม่มีใครเลยในโลกนี้ไม่ถูกนินทา

[๒๒๘]

ทั้งในอดีต ในอนาคต และในปัจจุบัน

ก็ไม่มีใครเลยที่จะถูกนินทาอย่างเดียว

หรือได้รับการสรรเสริญอย่างเดียว

[๒๒๙]

แต่วิญญูชนพิจารณาทุกวันๆ

ย่อมสรรเสริญบุคคลผู้ดำเนินชีวิตหาข้อตำหนิมิได้

ผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้มีปัญญาและศีลมั่นคง ๑-

[๒๓๐]

ใครเล่าจะควรตำหนิผู้นั้น

ผู้เปรียบเหมือนแท่งทองชมพูนุท

ผู้เช่นนั้น แม้เทวดาและมนุษย์ก็ชื่นชม

ถึงพรหมก็สรรเสริญ

๘. ฉัพพัคคิยภิกขุวัตถุ

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระฉัพพัคคีย์ ดังนี้)

[๒๓๑]

บุคคลพึงรักษาความกำเริบทางกาย

พึงสำรวมกาย ละกายทุจริตแล้ว

พึงประพฤติกายสุจริต

@เชิงอรรถ :

@๑ ความหมายของคาถานี้ คือ การนินทาหรือสรรเสริญของคนพาล ไม่ถือเป็นประมาณ แต่บัณฑิตผู้ใคร่ครวญแล้ว

@รู้เหตุที่ควรติเตียนหรือเหตุที่ควรสรรเสริญ ย่อมเลือกสรรเสริญนักปราชญ์ผู้มีปัญญา และศีลมั่นคง ดำรง

@ชีวิตอย่างหาข้อตำหนิมิได้ (ขุ.ธ.อ. ๖/๑๘๗)

[๒๓๒]

บุคคลพึงรักษาความกำเริบทางวาจา

พึงสำรวมวาจา ละวจีทุจริตแล้ว

พึงประพฤติวจีสุจริต

[๒๓๓]

บุคคลพึงรักษาความกำเริบทางใจ

พึงสำรวมใจ ละมโนทุจริตแล้ว

พึงประพฤติมโนสุจริต

[๒๓๔]

นักปราชญ์ผู้สำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมใจ

ชื่อว่าเป็นผู้สำรวมดีแท้

โกธวรรคที่ ๑๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๖. ปิยวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๑๘. มลวรรค