ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อุทาน
  10. /
  11. ๓. นันทวรรค
  12. /
  13. ๘. ปิณฑปาตสูตร

๘. ปิณฑปาตสูตร

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๘๒ · บรรทัด ๒๓๔๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๘๒]

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิก เศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล ภิกษุมากด้วยกันกลับจากบิณฑบาตในเวลาปัจฉาภัต นั่งประชุมกันในโรงกลมใกล้ต้นกุ่ม สนทนากันถึงเรื่องเป็นไปในระหว่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ ทั้งหลาย ภิกษุผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เที่ยวบิณฑบาตอยู่ ย่อมได้เห็นรูปอันเป็นที่พอใจ ด้วยจักษุย่อมได้ฟังเสียงอันเป็นที่พอใจด้วยหู ย่อมได้ดมกลิ่นอันเป็นที่พอใจด้วยจมูกย่อมได้ ลิ้มรสอันเป็นที่พอใจด้วยลิ้น ย่อมได้ถูกต้องโผฏฐัพพะอันเป็นที่พอใจด้วยกาย ตามกาล อันสมควร ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรเป็นผู้อันมหาชน สักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรง ย่อมเที่ยวไปบิณฑบาต ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ผิฉะนั้น เราทั้งหลายจงถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรเถิด แม้เราทั้งหลายก็จักได้เห็นรูปอันเป็น ที่พอใจด้วยจักษุ ได้ฟังเสียงอันเป็นที่พอใจด้วยหู ได้ดมกลิ่นอันเป็นที่พอใจด้วยจมูก ได้ลิ้มรส อันเป็นที่พอใจด้วยลิ้น ได้ถูกต้องโผฏฐัพพะอันเป็นที่พอใจด้วยกาย ตามกาลอันสมควรแม้เรา ทั้งหลายก็จักเป็นผู้อันมหาชนสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรงเที่ยวไปบิณฑบาต ภิกษุ เหล่านั้นสนทนากถาค้างอยู่ในระหว่างเพียงนี้ ครั้งนั้นแลเป็นเวลาเย็น พระผู้มีพระภาคเสด็จออก จากที่เร้นแล้วได้เสด็จเข้าไปถึงโรงกลมใกล้ต้นกุ่ม แล้วประทับนั่ง ณ อาสนะที่ปูลาดไว้ ครั้นแล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เธอทั้งหลายนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่อง อะไรหนอและเธอทั้งหลายสนทนาเรื่องอะไรค้างไว้ในระหว่าง ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ขอประทานพระวโรกาส ข้าพระองค์ทั้งหลายกลับจากบิณฑบาตในเวลาปัจฉาภัตนั่งประชุมกันใน โรงกลมใกล้ต้นกุ่มนี้ เกิดสนทนากันในระหว่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถือการ เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เที่ยวไปบิณฑบาตอยู่ย่อมได้เห็นรูปอันเป็นที่พอใจด้วยจักษุ ... แม้เรา ทั้งหลายก็จักเป็นผู้อันมหาชนสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรง เที่ยวไปบิณฑบาต ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ทั้งหลายสนทนาเรื่องค้างไว้ในระหว่างนี้แล ก็พอดีพระผู้มีพระภาค เสด็จมาถึง พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การที่เธอทั้งหลายเป็นกุลบุตรออกบวช เป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา พึงกล่าวเรื่องเห็นปานนี้นั้นไม่สมควรเลยเธอทั้งหลายประชุม กันแล้วพึงกระทำอาการ ๒ อย่าง คือ ธรรมีกถา หรือดุษณีภาพอันเป็นอริยะ ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ได้ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลา นั้นว่า ถ้าว่าภิกษุไม่อาศัยเสียงสรรเสริญแล้วไซร้เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมรักใคร่ต่อภิกษุผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรผู้เลี้ยงตนมิใช่ผู้เลี้ยง คนอื่น ผู้คงที่ ฯ จบสูตรที่ ๘ ๙. สิปปสูตร

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๕ ข้อ ๘๒ หน้าที่ ๘๔ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด
พระสูตรก่อนหน้า๗. มหากัสสปสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕๓. นันทวรรคพระสูตรถัดไป๙. สิปปสูตร