๕. นาคสูตร
เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๙๗ · บรรทัด ๒๖๖๒
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๙๗] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม ใกล้เมืองโกสัมพีก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเกลื่อนกล่นอยู่ด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกแห่งเดียรถีย์ ประทับอยู่ลำบากไม่ผาสุก ลำดับนั้นแล พระผู้มี พระภาคทรงดำริว่า บัดนี้ เราแลเกลื่อนกล่นอยู่ด้วยภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกแห่งเดียรถีย์ อยู่ลำบากไม่ผาสุก ถ้ากระไรเราพึงหลีกออกจากหมู่อยู่ผู้เดียวเถิด ครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงอันตรวาสกแล้วทรงถือ บาตรและจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังเมืองโกสัมพี ครั้นเสด็จเที่ยวบิณฑบาตในเมืองโกสัมพี เสด็จกลับจากบิณฑบาตภายหลังภัตแล้ว ทรงเก็บเสนาสนะด้วยพระองค์เอง ทรงถือบาตรและ จีวร ไม่ทรงบอกลาอุปัฏฐาก ไม่ทรงบอกเล่าภิกษุสงฆ์ พระองค์เดียวไม่มีเพื่อนสอง เสด็จหลีก จาริกไปทางป่าปาลิไลยกะเสด็จจาริกไปโดยลำดับ ถึงป่าปาลิไลยกะแล้ว ฯ
[๙๘] ได้ยินว่า ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ควงไม้ภัททสาละในราวไพรรัก ขิตวัน ในป่าปาลิไลยกะ แม้พระยาช้างเชือกหนึ่ง เกลื่อนกล่นอยู่ด้วยเหล่าช้างพลาย ช้างพัง ช้างสะเทิ้น ลูกช้าง กินหญ้าที่ช้างทั้งหลายเล็มยอดเสียแล้ว และช้างทั้งหลายกินกิ่งไม้ที่พระยาช้าง นั้นหักลงๆ พระช้างนั้นดื่มน้ำที่ขุ่น และเมื่อพระยาช้างนั้นลงและขึ้นจากน้ำ เหล่าช้างพังเดินเสียดสี กายไป พระยาช้างนั้นเกลื่อนกล่นอยู่ลำบากไม่ผาสุก ลำดับนั้นแล พระยาช้างนั้นดำริว่า บัดนี้ เรา แลเกลื่อนกล่นอยู่ด้วยเหล่าช้างพลาย ช้างพัง ช้างสะเทิ้นลูกช้าง เรากินหญ้าที่ช้างทั้งหลาย เล็มยอดเสียแล้ว และช้างทั้งหลายกินกิ่งไม้ที่เราหักลงๆ เราดื่มน้ำที่ขุ่น และเมื่อเราลงและขึ้น จากน้ำ เหล่าช้างพังทั้งหลายเดินเสียดสีกายไป เราเกลื่อนกล่นอยู่ลำบากไม่ผาสุก ถ้ากระไรเราพึง หลีกออกจากโขลงอยู่แต่ผู้เดียว ลำดับนั้นแล พระยาช้างนั้นหลีกออกจากโขลง แล้วเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคที่ควงไม้ภัททสาละ ในราวป่ารักขิตวัน ณ ป่าปาลิไลยกะที่พระผู้มีพระภาคประทับ อยู่ ได้ยินว่า พระยาช้างนั้นกระทำประเทศที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในรักขิตวันนั้นให้ปราศจาก ของเขียว และเข้าไปตั้งน้ำฉันน้ำใช้ไว้สำหรับพระผู้มีพระภาคด้วยงวง ฯ
[๙๙] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงหลีกเร้นอยู่ในที่ลับ ทรงเกิดความปริวิตกแห่ง พระทัยอย่างนี้ว่า เมื่อก่อนเราแลเกลื่อนกล่นอยู่ด้วยภิกษุ ภิกษุณีอุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกแห่งเดียรถีย์ เราเกลื่อนกล่นอยู่ลำบากไม่ผาสุก บัดนี้ เรานั้นไม่เกลื่อนกล่นอยู่ด้วยภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของ พระราชา เดียรถีย์สาวกแห่งเดียรถีย์ เราไม่เกลื่อนกล่นเป็นอยู่สุขสำราญ พระยาช้างนั้นเกิด ความปริวิตกแห่งใจอย่างนี้ว่า เมื่อก่อนเราแลเกลื่อนกล่นอยู่ด้วยเหล่าช้างพลาย ช้างพัง ช้าง สะเทิ้น ลูกช้าง เรากินหญ้าที่ช้างทั้งหลายเล็มยอดเสียแล้ว และช้างทั้งหลายกินกิ่งไม้ที่เราหัก ลงๆ เราดื่มน้ำที่ขุ่น และเมื่อเราลงและขึ้นจากน้ำช้างพังทั้งหลายเดินเสียดสีกายไป เรา เกลื่อนกล่นอยู่ลำบากไม่ผาสุก บัดนี้ เราไม่เกลื่อนกล่นอยู่ด้วยเหล่าช้างพลาย ช้างพัง ช้าง สะเทิ้น ลูกช้าง เราไม่กินหญ้าที่ช้างทั้งหลายเล็มยอดแล้ว และช้างทั้งหลายไม่กินกิ่งไม้ที่เราหักลงๆ เราดื่มน้ำที่ไม่ขุ่น และเมื่อเราลงและขึ้นจากน้ำ ช้างพังทั้งหลายก็ไม่เดินเสียดสีกายไป เราไม่เกลื่อนกล่นอยู่เป็นสุขสำราญ ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบความสงัดกายของพระองค์ และทรงทราบความ ปริวิตกแห่งใจของพระยาช้างนั้น ด้วยพระหฤทัยแล้ว ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า จิตของพระยาช้างผู้มีงาเช่นกับงอนรถนี้ ย่อมสมกับจิตที่ประเสริฐของพระ พุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เพราะพระพุทธเจ้าพระองค์เดียว ทรงยินดีอยู่ในป่า ฯ จบสูตรที่ ๕ ๖. ปิณโฑลภารทวาชสูตร
ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๕ ข้อ ๙๗ หน้าที่ ๙๕ · ที่มา 84000.org
อรรถกถาของเล่มนี้ค้นได้ด้วย ⌘K แต่ไม่ได้พิมพ์ไว้ตรงนี้ เพราะสิ่งที่เก็บไว้เป็นอรรถกถาของทั้งเล่ม ไม่ใช่ของหัวข้อนี้โดยเฉพาะ — กดปุ่มอรรถกถาข้างล่างเพื่อไปยังจุดที่ตรงกับหัวข้อนี้ที่ 84000.org
หัวข้ออื่นใน๔. เมฆิยวรรค
- ๑. เมฆิยสูตรข้อ ๘๕ · บรรทัด ๒๔๖๙
- ๒. อุทธตสูตรข้อ ๙๐ · บรรทัด ๒๕๖๔
- ๓. โคปาลสูตรข้อ ๙๑ · บรรทัด ๒๕๘๒
- ๔. ชุณหสูตรข้อ ๙๓ · บรรทัด ๒๖๑๘
- ๖. ปิณโฑลภารทวาชสูตรข้อ ๑๐๐ · บรรทัด ๒๗๑๒
- ๗. สาริปุตตสูตรข้อ ๑๐๑ · บรรทัด ๒๗๒๘
- ๘. สุนทรีสูตรข้อ ๑๐๒ · บรรทัด ๒๗๔๑
- ๙. อุปเสนวังคันตปุตตสูตรข้อ ๑๐๘ · บรรทัด ๒๘๑๙
- ๑๐. สาริปุตตสูตรข้อ ๑๐๙ · บรรทัด ๒๘๓๗