รุ่งขึ้น พระราชาถวายผ้าจีวรทั้งหลายแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขแล้ว ทรงให้ส่วนบุญว่า “ขอผ้าอันเป็นทิพย์ทั้งหลายจงสำเร็จแก่เปรตเหล่านั้น แต่จีวรทานนี้เถิด.” ในขณะนั้นเอง ผ้าทิพย์เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้นแล้ว. เปรตเหล่านั้นละอัตภาพของเปรต ดำรงอยู่โดยอัตภาพอันเป็นทิพย์แล้ว. พระศาสดา เมื่อจะทรงทำอนุโมทนา ได้ทรงทำอนุโมทนาด้วยติโรกุฑฑสูตร ๑- ว่า “ติโรกุฑฺเฑสุ ติฏฺฐนฺติ” เป็นอาทิ. ในที่สุดอนุโมทนา ธรรมาภิสมัย ๒- ได้มีแก่สัตว์แปดหมื่นสี่พันแล้ว. พระศาสดา ครั้นตรัสเรื่องแห่งชฎิล ๓ พี่น้องแล้ว ทรงนำพระธรรมเทศนาแม้นี้มาแล้ว ด้วยประการฉะนี้. ____________________________ ๑- ขุ. ขุ. ๒๕/๘.
๒- การบรรลุธรรม. บุรพกรรมของพระอัครสาวกทั้งสอง
ภิกษุทั้งหลายทูลถามว่า “ก็พระอัครสาวกทั้งสองได้ทำกรรมอะไรไว้? พระเจ้าข้า.”
พระศาสดาตรัสว่า อัครสาวกทั้งสองทำความปรารถนาเพื่อเป็นอัครสาวก. จริงอยู่ ในที่สุดอสงไขยยิ่งด้วยแสนกัลป์แต่กัลป์นี้ไป สารีบุตรเกิดในสกุลพราหมณ์มหาศาล ได้มีนามว่าสรทมาณพ. โมคคัลลานะเกิดในสกุลคฤหบดีมหาศาล ได้มีนามว่าสิริวัฑฒกุฎุมพี. มาณพทั้งสองนั้นได้เป็นสหายเล่นฝุ่นร่วมกัน. สรทมาณพโดยล่วงไปแห่งบิดา ได้ครอบครองทรัพย์เป็นอันมาก อันเป็นมรดกของสกุล. ในวันหนึ่ง อยู่ในที่ลับคิดว่า “เราย่อมรู้อัตภาพในโลกนี้เท่านั้น, หารู้อัตภาพในโลกหน้าไม่ อันธรรมดาความตายของสัตว์เกิดแล้วทั้งหลาย เป็นของเที่ยง ควรที่เราบวชเป็นบรรพชิตอย่างหนึ่ง ทำการแสวงหาโมกขธรรม.”
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที