พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับกถาพรรณนาคุณของพระเถระว่า “โอ ท่านพระอานนท์มีคุณมาก; เมื่อพระยาช้างชื่อเห็นปานนั้นมาอยู่, ได้ยอมสละชีวิตของตนยืนขวางหน้าพระศาสดา” ดังนี้แล้ว ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่บัดนี้เท่านั้น; ถึงในครั้งก่อน อานนท์นี้ก็ยอมสละชีวิตเพื่อประโยชน์แห่งเราแล้วเหมือนกัน” อันภิกษุทั้งหลายทูลอ้อนวอนแล้ว จึงตรัสจุลลหังสชาดก๑- มหาหังสชาดก ๒- และกักกฏกชาดก ๓- ____________________________ ๑- ขุ. ชา. เล่ม ๒๘/ ข้อ ๑๖๓; อรรถกถา ขุ. ชา. เล่ม ๒๘/ ข้อ ๑๖๓ จุลลหังสชาดก ๒- ขุ. ชา. เล่ม ๒๘/ ข้อ ๑๙๙; อรรถกถา ขุ. ชา. เล่ม ๒๘/ ข้อ ๑๙๙ มหาหังสชาดก ๓- ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ ข้อ ๖๐๒; อรรถกถา ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ ข้อ ๖๐๒ เรื่องกักการุชาดก กรรมชั่วของพระเทวทัตปรากฏแก่มหาชน
กรรมแม้ของพระเทวทัต เพราะยังพระอชาตสัตรูกุมารให้สำเร็จโทษพระราชา (พระราชบิดา) เสียก็ดี เพราะแต่งนายขมังธนูก็ดี เพราะกลิ้งศิลาก็ดี มิได้ปรากฏเหมือนเพราะปล่อยช้างนาฬาคิรีเลย. คราวนั้นแล มหาชนได้โจษจันกันขึ้นว่า “แม้พระราชาก็พระเทวทัตนั่นเอง เป็นผู้ให้สำเร็จโทษเสีย, แม้นายขมังธนูก็พระเทวทัตนั่นเองแต่งขึ้น, แม้ศิลาก็พระเทวทัตเหมือนกันกลิ้งลง, และบัดนี้เธอก็ได้ปล่อยช้างนาฬาคิรี, พระราชาทรงเที่ยวคบคนลามกเห็นปานนี้.” พระราชาทรงสดับถ้อยคำของมหาชนแล้ว จึงให้นับสำรับ ๕๐๐ คืนมา มิได้เสด็จไปยังที่อุปัฏฐากของพระเทวทัตนั้นอีก. ถึงชาวพระนครก็มิได้ถวายแม้วัตถุมาตรว่าภิกษาแก่เธอซึ่งเข้าไปยังสกุล. พระเทวทัตทูลขอวัตถุ ๕ ประการ
พระเทวทัตนั้นเสื่อมจากลาภและสักการะแล้ว ประสงค์จะเลี้ยงชีวิตด้วยการหลอกลวง จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลขอวัตถุ ๕ ประการ๑- อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามว่า
“อย่าเลย เทวทัต ผู้ใดปรารถนา ผู้นั้นก็จงเป็นผู้อยู่ป่าเถิด”
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที