ตอบว่า “เพราะคนอื่นๆ ถามว่า ‘ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือนางวิสาขา มาสู่โรงทานของท่านแล้วหรือ’ เมื่อเขาตอบว่า ‘ไม่ได้มา’, ย่อมติเตียน แม้ทานอันบุคคลสละทรัพย์ตั้งแสนแล้วทำว่า ‘นี่ชื่อว่าทานอะไร?’ เพราะท่านทั้งสองนั้นย่อมรู้จักความชอบใจของภิกษุสงฆ์และกิจอันสมควรแก่ภิกษุสงฆ์. เมื่อท่านทั้งสองนั้นอยู่, พวกภิกษุย่อมฉันได้ตามพอใจทีเดียว, เพราะฉะนั้น ทุกๆ คนที่ประสงค์จะถวายทาน จึงเชิญท่านทั้งสองนั้นไป.” ท่านทั้งสองนั้นย่อมไม่ได้ เพื่อจะอังคาสภิกษุทั้งหลายในเรือนของตนด้วยเหตุนี้
เพราะเหตุนั้น นางวิสาขา เมื่อใคร่ครวญว่า “ใครหนอแล? จักดำรงในหน้าที่ของเราเลี้ยงภิกษุสงฆ์” เห็นธิดาของบุตรแล้ว จึงตั้งเขาไว้ในหน้าที่ของตน. นางอังคาสภิกษุสงฆ์ในเรือนของนางวิสาขานั้น.
ถึงท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีก็ตั้งธิดาคนใหญ่ ชื่อมหาสุภัททาไว้. ก็นางมหาสุภัททานั้น ทำการขวนขวายแก่ภิกษุทั้งหลายอยู่ (และ) ฟังธรรมอยู่ เป็นพระโสดาบันแล้ว ได้ไปสู่สกุลแห่งสามี.
แต่นั้น ท่านอนาถบิณฑิกะก็ตั้งนางจุลลสุภัททา (แทน). แม้นางจุลสุภัททานั้นก็ทำอยู่อย่างนั้นเหมือนกัน เป็นพระโสดาบันแล้ว ก็ไปสู่สกุลแห่งสามี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที