ชนทั้งหลายสดับว่า “เศรษฐีถึงอนิจกรรมแล้ว” จึงไปกราบทูลพระเจ้าอุเทน. พระเจ้าอุเทนทรงให้ทำฌาปนกิจสรีระของเศรษฐีนั้นแล้ว ตรัสถามว่า “ก็ลูกชายหรือลูกหญิงของเศรษฐีนั้น มีอยู่หรือ?”

ชนทั้งหลายกราบทูลว่า “มีอยู่ พระเจ้าข้า ลูกชายของเศรษฐีนั้นชื่อว่า โฆสกะ, เศรษฐีนั้นมอบหมายทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้แก่โฆสกะนั้นแล้ว ก็ถึงแก่อนิจกรรม พระเจ้าข้า.” พระราชาทรงให้เรียกตัวเศรษฐีบุตรมาแล้วในกาลอื่น. ก็ในวันนั้นฝนตก, ที่พระลานหลวงมีน้ำขังอยู่ในที่นั้นๆ เศรษฐีบุตรไปแล้วด้วยหวังว่า “จักเฝ้าพระราชา” พระราชาทรงเปิดพระแกล ทอดพระเนตรดูนายโฆสกะนั้นเดินมาอยู่ ทรงเห็นเขาโดดน้ำที่พระลานหลวงเดินมา จึงตรัสถามเขา ซึ่งมาถวายบังคมแล้วยืนอยู่ว่า “พ่อ เจ้าชื่อโฆสกะหรือ?” เมื่อเขาทูลว่า “ถูกแล้ว พระเจ้าข้า” ทรงปลอบเขาว่า “เจ้าอย่าเสียใจว่า ‘บิดาของเราถึงอนิจกรรมแล้ว’ เราจักให้ตำแหน่งเศรษฐี อันเป็นของบิดาของเจ้าแก่เจ้านั่นเอง” ดังนี้แล้ว ทรงส่งเขาไปว่า “จงไปเถิด พ่อ” และพระราชาได้ประทับยืนทอดพระเนตรดูเขาซึ่งไปอยู่เทียว. เขาไม่โดดน้ำที่เขาโดดในเวลาที่มา ได้ลงไปค่อยๆ.

ครั้งนั้น พระราชาตรัสสั่งให้เรียกนายโฆสกะนั้นมาจากที่นั้นแล แล้วตรัสถามว่า “เพราะเหตุไรหนอ? พ่อ ท่านเมื่อมาสู่สำนักของเราจึงโดดน้ำมาแล้ว, เมื่อไป เดี๋ยวนี้ลงไปแล้ว จึงค่อยๆ เดินไป.”

นายโฆสกะทูลว่า “เป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้ายังเป็นเด็กในขณะนั้น, นี้ชื่อว่าเป็นเวลาเล่น. ก็ในกาลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้รับทราบตำแหน่งจากพระองค์แล้ว. เพราะฉะนั้น การที่ข้าพระองค์ไม่เที่ยวเหมือนในกาลก่อน แล้วค่อยๆ ไป จึงควรในเดี๋ยวนี้.”

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๑๖๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อัปปมาทวรรค”