ลำดับนั้น นางสามาวดีมิได้คุกคามนางขุชชุตตรานั้นเลยว่า “เหวย นางทาสีผู้ชั่วร้าย เจ้าจงให้กหาปณะที่เจ้าถือเอาแล้วตลอดกาลมีประมาณเท่านี้ แก่เรา” กลับกล่าวว่า “แม่ เจ้าจงทำแม้เราทั้งหลายให้ดื่มอมฤตรสที่เจ้าดื่มแล้ว”, เมื่อนางกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ขอพระแม่เจ้าจงยังหม่อมฉันให้อาบน้ำ” จึงให้นางอาบน้ำด้วยหม้อน้ำหอม ๑๖ หม้อแล้ว รับสั่งให้ประทานผ้าสาฎกเนื้อเกลี้ยง ๒ ผืน. นางขุชชุตตรานั้นนุ่งผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง ให้ปูอาสนะแล้ว ให้นำพัดมาอันหนึ่ง นั่งบนอาสนะ จับพัดอันวิจิตร เรียกมาตุคาม ๕๐๐ มาแล้ว แสดงธรรมแก่หญิงเหล่านั้น โดยทำนองที่พระศาสดาทรงแสดงแล้วนั้นแล. หญิงแม้ทั้งปวงเหล่านั้นฟังธรรมกถาของนางแล้ว ก็ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล.
หญิงแม้ทั้งปวงเหล่านั้นไหว้นางขุชชุตตราแล้ว กล่าวว่า “แม่ จำเดิมแต่วันนี้ ท่านอย่าทำการงานอันเศร้าหมอง (งานไพร่), ท่านจงตั้งอยู่ในฐานะแห่งมารดาและฐานะแห่งอาจารย์ของพวกข้าพเจ้า ไปสู่สำนักพระศาสดา ฟังธรรมที่พระศาสดาทรงแสดงแล้ว จงกล่าวแก่พวกข้าพเจ้า.” นางขุชชุตตรากระทำอยู่อย่างนั้น ในกาลอื่น ก็เป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกแล้ว. นางขุชชุตตราเลิศในทางแสดงธรรม
ต่อมา พระศาสดาทรงตั้งนางขุชชุตตรานั้นไว้ในเอตทัคคะว่า “ภิกษุทั้งหลาย นางขุชชุตตรานี้นั้นเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาอุบาสิกาสาวิกาของเรา ผู้เป็นธรรมกถิกา [แสดงธรรมกถา] ๑- ____________________________ ๑- นัยหนึ่ง แปลว่า “ภิกษุทั้งหลาย บรรดาอุบาสิกาสาวิกาของเราผู้กล่าวธรรมทั้งหลาย นางขุชชุตตรานี้เป็นผู้เลิศ.”
หญิง ๕๐๐ แม้เหล่านั้นแล กล่าวกะนางขุชชุตตรานั้น อย่างนี้ว่า “แม่ พวกข้าพเจ้าใคร่เพื่อจะเฝ้าพระศาสดา, ขอท่านจงแสดงพระศาสดานั้นแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย, พวกข้าพเจ้าจะบูชาพระศาสดานั้นด้วยเครื่องสักการบูชา มีของหอม และระเบียบดอกไม้เป็นต้น.”
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที