ต่อมาวันหนึ่ง พระนางมาคันทิยาเสด็จออกเดินจากพื้นปราสาทของตนไปสู่ที่อยู่ของหญิงเหล่านั้น เห็นช่องในห้องทั้งหลายแล้ว จึงถามว่า “นี้อะไรกัน?” เมื่อหญิงเหล่านั้นผู้ไม่รู้ความอาฆาตที่พระนางนั้นผูกไว้ในพระศาสดา จึงตอบว่า “พระศาสดาเสด็จมาสู่นครนี้, พวกหม่อมฉันยืนอยู่ในที่นี้ ย่อมถวายบังคมและบูชาพระศาสดา” ดังนี้แล้วคิดว่า “พระสมณโคดม ชื่อว่ามาแล้วสู่นครนี้, บัดนี้ เราจักกระทำกรรมที่ควรทำแก่พระสมณโคดมนั้น แม้หญิงเหล่านี้ก็เป็นอุปัฏฐายิกาของพระสมณโคดมนั้น, เราจักรู้กรรมที่พึงทำแม้แก่หญิงเหล่านี้” จึงไปกราบทูลแด่พระราชา ว่า “ข้าแต่มหาราช หญิง ๕๐๐ รวมทั้งพระนางสามาวดีมีความปรารถนาในภายนอก, พระองค์จักไม่มีพระชนม์โดย ๒-๓ วันเป็นแน่.” พระราชาไม่ทรงเชื่อแล้วด้วยทรงพระดำริว่า “หญิงเหล่านั้นจักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้.” แม้เมื่อพระนางมาคันทิยากราบทูลอีก ก็ไม่ทรงเชื่ออยู่นั่นเอง.

ลำดับนั้น พระนางมาคันทิยาจึงกราบทูลพระราชานั้นผู้แม้เมื่อตนกราบทูลอย่างนี้ถึง ๓ ครั้งก็ไม่ทรงเชื่อว่า “ถ้าพระองค์ไม่ทรงเชื่อ (คำ) หม่อมฉันไซร้ ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์จงเสด็จไปสู่ที่อยู่ของหญิงเหล่านั้นแล้ว ทรงใคร่ครวญเถิด.” พระราชาเสด็จไปทอดพระเนตรเห็นช่องในห้องทั้งหลาย จึงตรัสถามว่า “นี่อะไรกัน?” เมื่อหญิงเหล่านั้นกราบทูลเนื้อความนั้นแล้ว, ไม่ทรงพิโรธต่อหญิงเหล่านั้น มิได้ตรัสอะไรๆ เลย, รับสั่งให้ปิดช่องทั้งหลายเสีย แล้วให้ทำหน้าต่างมีช่องน้อยไว้ในห้องทั้งปวง. ได้ยินว่า หน้าต่างมีช่องน้อยทั้งหลายเกิดขึ้นแล้ว ในกาลนั้น. พระศาสดาผจญกับการแก้แค้น

พระนางมาคันทิยาไม่อาจเพื่อจะทำอะไรๆ แก่หญิงเหล่านั้นได้ ก็ดำริว่า “เราจักทำกรรมที่ควรทำแก่พระสมณโคดมให้ได้” จึงให้ค่าจ้างแก่ชาวเมืองแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าพร้อมด้วยพวกผู้ชายที่เป็นทาสและกรรมกร จงด่า บริภาษ พระสมณโคดมผู้เข้าไปสู่ภายในพระนคร เที่ยวอยู่ ให้หนีไป.”

พวกมิจฉาทิฏฐิผู้ไม่เลื่อมใสในรัตนะ ๓ ก็ติดตามพระศาสดาผู้เสด็จไปสู่ภายในพระนคร ด่าอยู่ บริภาษอยู่ด้วย วัตถุสำหรับด่า ๑๐ อย่าง ว่า

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๒๒๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อัปปมาทวรรค”