ก็ในกาลนั้น พระราชาย่อมทรงยับยั้งอยู่ตลอด ๗ วัน ตามวาระกัน ณ พื้นปราสาทแห่งหญิงทั้งสามนั้น คือ พระนางสามาวดี พระนางวาสุลทัตตาและพระนางมาคันทิยา.

ลำดับนั้น พระนางมาคันทิยารู้ว่า “พรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ พระราชาจักเสด็จไปสู่พื้นปราสาทของพระนางสามาวดี” จึงส่งข่าวไปแก่อาว่า “โปรดทราบว่า ฉันมีความต้องการด้วยงู, ขออาจงถอนเขี้ยวงูทั้งหลายแล้วส่งงูไปตัวหนึ่ง.” นายมาคันทิยะกระทำอย่างนั้นแล้ว ส่งไป. พระราชาทรงถือเอาพิณหัสดีกันต์เที่ยวเสด็จไปสู่ที่เป็นที่เสด็จไปของพระองค์. ในรางพิณนั้นมีช่องๆ หนึ่ง. พระนางมาคันทิยาปล่อยงูเข้าไปทางช่องนั้น แล้วปิดช่องเสียงด้วยกลุ่มดอกไม้. งูได้อยู่ในภายในพิณนั้นเองตลอด ๒-๓ วัน.

ในวันเสด็จไปแห่งพระราชา พระนางมาคันทิยาทูลถามว่า “ข้าแต่สมมติเทพ วันนี้ พระองค์จักเสด็จไปสู่ปราสาทของมเหสีคนไหน?” เมื่อตรัสตอบว่า “ของนางสามาวดี”, จึงกราบทูลว่า “ข้าแต่มหาราช วันนี้ หม่อมฉันเห็นสุบินไม่เป็นที่พอใจ, ข้าแต่สมมติเทพ พระองค์ไม่อาจเสด็จไปในที่นั้นได้ พระเจ้าข้า.” พระราชาตรัสว่า “เราจักไปให้ได้.” พระนางห้ามไว้ถึง ๓ ครั้ง แล้วทูลว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้หม่อมฉันจักไปกับพระองค์ด้วย”, แม้พระราชาให้กลับอยู่ก็ไม่กลับ กราบทูลว่า “หม่อมฉันไม่ทราบว่า ‘จักมีเหตุอะไร? พระเจ้าข้า” ดังนั้นแล้ว ก็ได้ไปกับพระราชาจนได้.

พระราชาทรงผ้า ดอกไม้ ของหอม และเครื่องอาภรณ์ ซึ่งหมู่หญิงรวมด้วยพระนางสามาวดีถวาย เสวยโภชนะอันดี วางพิณไว้เบื้องบนพระเศียร แล้วบรรทมบนที่บรรทม. พระนางมาคันทิยาทำเป็นเดินไปมา ได้นำกลุ่มดอกไม้ออกจากช่องพิณ. งูอดอาหารถึง ๒-๓ วัน เลื้อยออกมาจากช่องนั้นพ่น (พิษ) แผ่พังพาน นอนบนแท่นที่บรรทมแล้ว.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๑,๒๓๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อัปปมาทวรรค”