ได้ยินว่า ครั้งดึกดำบรรพ์ ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินทรงทำประทักษิณพระนคร เมื่อพระเสโท ๑- ไหลออกจากพระนลาต ๒- ทรงเอาผ้าสะอาดเช็ดที่สุดพระนลาต. ผ้าได้เศร้าหมองแล้ว. ท้าวเธอกลับได้อนิจจสัญญา ๓- ว่า “ผ้าสะอาดเห็นปานนี้อาศัยสรีระนี้ ละปกติ แปรเป็นเศร้าหมองไปได้, สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ.” เพราะเหตุนั้น ผ้าสำหรับเช็ดธุลีนั่นแล จึงเป็นปัจจัยของท่านแล้ว. ____________________________ ๑- เหงื่อ. ๒- หน้าผาก. ๓- ความหมายว่าไม่เที่ยง.
ฝ่ายหมอชีวกโกมารภัจ ได้น้อมน้ำทักษิโณทกเข้าไปถวายพระทศพล, พระศาสดาทรงปิดบาตรด้วยพระหัตถ์ ตรัสว่า “ชีวก ภิกษุในวิหาร ยังมีอยู่มิใช่หรือ?”
พระมหาปันถกกราบทูลว่า “ในวิหาร ภิกษุไม่มี มิใช่หรือ? พระเจ้าข้า.” พระศาสดา ตรัสว่า “มี ชีวก.” หมอชีวกส่งบุรุษไปด้วยสั่งว่า “พนาย ถ้ากระนั้น เธอจงไป จงรู้ว่าภิกษุในวิหารมีหรือไม่มี.” พระจูฬปันถกนิรมิตตนเป็นภิกษุพันรูป
ในขณะนั้น พระจูฬปันถกคิดว่า “พี่ชายของเราพูดว่า ‘ภิกษุในวิหารไม่มี’, เราจักประกาศความที่ภิกษุในวิหารมีแก่ท่าน (พี่ชาย) ดังนี้แล้วจึง (นิรมิต) ให้อัมพวันทั้งสิ้นเต็มด้วยภิกษุทั้งนั้น ภิกษุบางพวกเย็บจีวร, บางพวกย้อมจีวร, บางพวกทำการสาธยาย; นิรมิตภิกษุพันรูป ไม่เหมือนกันและกันอย่างนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที