พระศาสดาทรงสดับถ้อยคำของอริยสาวกเหล่านั้นแล้ว ตรัสว่า “กิริยาของพวกผู้มีปัญญาทราม ย่อมเป็นเช่นนี้, ส่วนผู้มีปัญญาทั้งหลายรักษาความไม่ประมาทไว้เหมือนทรัพย์อันเป็นสาระ ย่อมบรรลุสมบัติคืออมตมหานิพพาน”
ดังนี้แล้ว ได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ว่า :-
๔. ปมาทมนุยญฺชนฺติ พาลา พาลา ทุมฺเมธิโน ชนา อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ. มา ปมาทมนุยุญฺเชถ มา กามรติสนฺถวํ อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ. พวกชนพาลผู้มีปัญญาทราม ย่อมประกอบ เนืองๆ ซึ่งความประมาท, ส่วนผู้มีปัญญา ย่อมรักษา ความไม่ประมาทไว้เหมือนทรัพย์อันประเสริฐ, ท่าน ทั้งหลายอย่าตามประกอบความประมาท, อย่าตาม ประกอบความเชยชิดด้วยความยินดีในกาม เพราะ ว่า ผู้ไม่ประมาทแล้ว เพ่งพินิจอยู่ ย่อมบรรลุสุขอัน ไพบูลย์. แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พาลา ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความเป็นชนพาล คือผู้ที่ไม่รู้จักประโยชน์ในโลกนี้และโลกหน้า.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที