พระศาสดารับสั่งให้เรียกท่านมาแล้ว ตรัสถามว่า “ภิกษุ ข่าวว่า เธอทำอย่างนั้น จริงหรือ?” เมื่อท่านกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่มีความคลุกคลีด้วยญาติ, ข้าพระองค์อาศัยพวกมนุษย์ที่เป็นญาติเหล่านั้น ย่อมได้อาหารที่พอจะกลืนกินได้, ข้าพระองค์คิดว่า ‘เมื่อเราได้อาหารที่เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม ซึ่งพอยังอัตภาพให้เป็นไปได้แล้ว, ประโยชน์อะไรด้วยการแสวงหาอาหารอีกเล่า?’ ดังนี้แล้ว จึงไม่มา, ก็ชื่อว่า ความคลุกคลีด้วยหมู่ญาติไม่มีแก่ข้าพระองค์ พระเจ้าข้า”
แม้ตามปกติ (พระองค์) ก็ทรงทราบอัธยาศัยของท่านอยู่ จึงประทานสาธุการว่า “ดีละๆ ภิกษุ” ดังนี้แล้ว ตรัสว่า “ภิกษุ ก็ข้อที่เธอได้อาจารย์ผู้เช่นเราแล้ว ได้เป็นผู้มักน้อย ไม่อัศจรรย์นัก, เพราะว่า ชื่อว่าความเป็นผู้มักน้อยนี้เป็นแบบแผนของเรา เป็นประเพณีของเรา” ดังนี้แล้ว
อันภิกษุทั้งหลายทูลอาราธนาแล้ว ทรงนำอดีตนิทานมาว่า เรื่องนกแขกเต้า
ในอดีตกาล นกแขกเต้าหลายพันตัว อยู่ในป่าไม้มะเดื่อแห่งหนึ่ง ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคาในป่าหิมพานต์. บรรดานกแขกเต้าเหล่านั้น พระยานกแขกเต้าตัวหนึ่ง เมื่อผลแห่งต้นไม้ที่ตนอาศัยอยู่สิ้นแล้ว, จิกกินหน่อใบหรือเปลือกซึ่งยังเหลืออยู่ ดื่มน้ำในแม่น้ำคงคา เป็นสัตว์ที่มีความปรารถนาน้อยอย่างยิ่ง สันโดษ ไม่ไปในที่อื่น ด้วยคุณคือความปรารถนาน้อยและสันโดษของพระยานกแขกเต้านั้น ภพของท้าวสักกะไหวแล้ว. ท้าวสักกะทรงทดลองพระยานกแขกเต้า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที