เขารับว่า “ดีละ ขอรับ” แล้วทำกิจทุกอย่าง ตามลำดับแห่งกิจที่พระเถระบอก แล้วเรียนถามพระเถระอีกว่า “กระผมจะทำบุญอะไรอย่างอื่น ที่ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกเล่า? ขอรับ.” ____________________________ ๑- กุลุปกะ ผู้เข้าไปสู่ตระกูล ๒- ภัตที่ทายกถวายตามสลาก. ๓- ภัตที่ทายกถวายในวันปักษ์. ๔- ภัตที่ทายกถวายแก่ภิกษุผู้จำพรรษา.
พระเถระ ตอบว่า “ผู้มีอายุ เธอจงรับไตรสรณะ (และ) ศีล ๕.” เขารับไตรสรณะและศีล ๕ แม้เหล่านั้นแล้ว จึงเรียนถามถึงบุญกรรมที่ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น. พระเถระก็แนะว่า “ถ้ากระนั้น เธอจงรับศีล ๑๐.” เขากล่าวว่า “ดีละ ขอรับ” แล้วก็รับ (ศีล๑๐).
เพราะเหตุที่เขาทำบุญกรรมอย่างนั้นโดยลำดับ เขาจึงมีนามว่า อนุปุพพเศรษฐีบุตร.
เขาเรียนถามอีกว่า “บุญอันกระผมพึงทำ แม้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ ยังมีอยู่หรือ? ขอรับ” เมื่อพระเถระกล่าวว่า “ถ้ากระนั้น เธอจงบวช”, จึงออกบวชแล้ว. ภิกษุผู้ทรงพระอภิธรรมรูปหนึ่ง ได้เป็นอาจารย์ของเธอ, ภิกษุผู้ทรงพระวินัยรูปหนึ่ง เป็นพระอุปัชฌาย์, ในเวลาที่ภิกษุนั้นได้อุปสมบทแล้วมาสู่สำนักของตน (อาจารย์) อาจารย์กล่าวปัญหาในพระอภิธรรมว่า “ชื่อว่า ในพระพุทธศาสนา ภิกษุทำกิจนี้จึงควร, ทำกิจนี้ไม่ควร.”
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที