ท่านคิดว่า “บัดนี้ ประโยชน์อะไรด้วยเรือนของเรา, เราจักบวชอีก ๘ เดือน” จึงออกบวชแล้ว. ท่านอาศัยข้าวฟ่างและลูกเดือยเพียงหนึ่งทะนานและจอบเหี้ยน เป็นคฤหัสถ์ ๗ ครั้ง บวช ๗ ครั้ง โดยทำนองนี้แล
แต่ในครั้งที่ ๗ คิดว่า “เราอาศัยจอบเหี้ยนอันนี้ เป็นคฤหัสถ์แล้วบวชถึง ๗ ครั้ง, เราจักทิ้งมันในที่ไหนๆ สักแห่งหนึ่ง.” ท่านไปยังฝั่งแม่น้ำคงคา คิดว่า “เราเมื่อเห็นที่ตก คงต้องลงงมเอา; เราจักทิ้งมันโดยอาการที่เราจะไม่เห็นที่ซึ่งมันตก” จึงเอาผ้าเก่าห่อพืชประมาณทะนานหนึ่ง แล้วผูกผ้าเก่าที่แผ่นจอบจับจอบที่ปลายด้าม ยืนที่ฝั่งแห่งแม่น้ำ หลับตาแกว่งเวียนเหนือศีรษะ ๓ ครั้ง ขว้างไปในแม่น้ำคงคา หันไปดู ไม่เห็นที่ตกได้เปล่งเสียงว่า “เราชนะแล้ว เราชนะแล้ว” ดังนี้ ๒ ครั้ง.
ในขณะนั้น พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงปราบปัจจันตชนบทให้สงบราบคาบแล้วเสด็จมา โปรดให้ตั้งค่ายพัก ๑- ใกล้ฝั่งแม่น้ำ เสด็จลงสู่แม่น้ำเพื่อทรงประสงค์จะสรงสนาน ได้ทรงสดับเสียงนั้น.
ก็ธรรมดาว่า เสียงที่ว่า “เราชนะแล้วเราชนะแล้ว” ย่อมไม่พอพระหฤทัยของพระราชาทั้งหลาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที