อนึ่ง ธรรมเหล่านั้นปรากฏโดยความเป็นของว่างเปล่าแก่พระโยคาวจรใด พระโยคาวจรนั้นย่อมมนสิการโดยลักษณะ เมื่อมนสิการโดยลักษณะ ย่อมบรรลุอุปจารฌาน โดยกำหนดธาตุในธรรมเหล่านั้น เมื่อเป็นดังนั้น เมื่อมนสิการ ก็มนสิการธรรมเหล่านั้น โดยสูตรทั้ง ๓ คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา. นี้เป็นวิปัสสนานัยของพระโยคาวจรนั้น. พระโยคาวจรเริ่มเจริญวิปัสสนานี้และปฏิบัติไปตามลำดับ ก็ย่อมบรรลุอริยภูมิแล.
ก็คำใดข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า ก็พระโยคาวจรนี้ มนสิการธรรมเหล่านี้ อย่างไร คำนั้นก็เป็นอันข้าพเจ้าพยากรณ์แล้วด้วยกถามีประมาณเพียงเท่านี้. อนึ่งเล่า คำใดข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า พึงทราบการพรรณนาปาฐะนั้นอย่างนี้ โดยภาวนา. ความของคำนั้นก็เป็นอันข้าพเจ้าประกาศแล้วแล. ปกิณณกนัย นัยเบ็ดเตล็ด
บัดนี้ พึงทราบปกิณณกนัยนี้ เพื่อความชำนาญและความฉลาด ในทวัตติงสาการนี้ว่า
นิมิตฺตโต ลกฺขณโต ธาตุโต สุญฺญโตปิ จ ขนฺธาทิโต จ วิญฺเญยฺโย ทฺวตฺตึสาการนิจฺฉโย. พึงทราบการวินิจฉัยทวัตติงสาการ โดยนิมิต โดย ลักษณะ โดยธาตุ โดยความว่างเปล่า และโดยขันธ์เป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที