ลำดับนั้น ได้ทรงเห็นเหตุนี้ว่า "เราจักเหยียดเท้าบนหลุมถ่านเพลิง, เสื่อลำแพนที่วางปิดหลุมถ่านเพลิงนั้น จักหายไป, ดอกบัวใหญ่ประมาณเท่าล้อ จักผุดขึ้นทำลายหลุมถ่านเพลิง, เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจักเหยียบกลีบบัว ไปนั่งบนอาสนะ, ภิกษุทั้ง ๕๐๐ จักไปนั่งอย่างนั้นเหมือนกัน, มหาชนจักประชุมกัน, เราจักทำอนุโมทนาด้วยคาถา ๒ คาถาในสมาคมนั้น, ในเวลาจบอนุโมทนา ความตรัสรู้ธรรมจักมีแก่สัตว์ ๘ หมื่น ๔ พัน, สิริคุตต์และครหทินน์ จักเป็นโสดาบัน จักหว่านกองทรัพย์ของตนๆ ในศาสนา; การที่เราอาศัยกุลบุตรนี้ไปย่อมสมควร" ดังนี้แล้ว จึงทรงรับภิกษา.
สิริคุตต์ทราบการรับของพระศาสดาแล้ว จึงบอกแก่ครหทินน์ แล้วบอกว่า "ท่านจงทำสักการะแก่พระโลกเชษฐ์." ครหทินน์เตรียมรับพระศาสดา
ครหทินน์คิดว่า "บัดนี้ เราจักรู้กิจที่ควรทำแก่พระสมณโคดมนั้น" จึงให้ขุดหลุมใหญ่ไว้ในระหว่างเรือน ๒ หลัง ให้นำไม้ตะเคียนมาประมาณ ๘๐ เล่มเกวียน ให้จุดไฟสุมตลอดคืนยังรุ่งแล้ว ให้ทำกองถ่านเพลิงไม้ตะเคียนไว้ วางไม้เรียบบนปากหลุม ให้ปิดด้วยเสื่อลำแพน ให้ทาด้วยโคมัย ลาดท่อนไม้ผุไว้โดยข้างหนึ่งแล้ว ให้ทำทางเป็นที่ไปสำคัญอยู่ว่า "ในเวลาที่พวกสมณะเหยียบแล้วๆ อย่างนี้ เมื่อท่อนไม้ทั้งหลายหักแล้ว พวกสมณะจักกลิ้งตกไปในหลุมถ่านเพลิง." ให้ตั้งตุ่มไว้ในภาคแห่งหลังเรือน โดยวิธีที่สิริคุตต์ตั้งแล้วเหมือนกัน, ให้ปูแม้อาสนะทั้งหลายไว้อย่างนั้นเหมือนกัน.
สิริคุตต์ไปเรือนของครหทินน์นั้น แต่เช้าตรู่แล้ว กล่าวว่า "สหาย ท่านทำสักการะแล้วหรือ?
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที