ลำดับนั้น ปริพาชกเหล่านั้นยังนางให้เรียนวาทะพันหนึ่งแล้ว กล่าวว่า "ศิลปะ ท่านก็เรียนแล้ว บัดนี้ ท่านจงเที่ยวไปบนพื้นชมพูทวีป ตรวจดูผู้สามารถจะกล่าวปัญหากับตน" แล้วให้กิ่งหว้าในมือแก่นาง ส่งไปด้วยสั่งว่า "ไปเถิด นางผู้เจริญ หากใครๆ เป็นคฤหัสถ์ อาจกล่าวปัญหากับท่านได้, ท่านจงเป็นบาทปริจาริกาของผู้นั้นเทียว, หากเป็นบรรพชิต ท่านจงบรรพชาในสำนักผู้นั้นเถิด."
นางมีชื่อว่า ชัมพุปริพาชิกา ตามนาม (ไม้) ออกจากที่นั้น เที่ยวถามปัญหากะผู้ที่ตนเห็นแล้วๆ. คนชื่อว่าผู้สามารถจะกล่าวกับนาง ไม่ได้มีแล้ว. มนุษย์ทั้งหลายพอฟังว่า นางชัมพุปริพาชิกามาแต่ที่นี้ ย่อมหนีไป. นางเข้าไปสู่บ้านหรือตำบลเพื่อภิกษา ก่อกองทรายไว้ใกล้ประตูบ้าน ปักกิ่งหว้าบนกองทรายนั้น กล่าวว่า "ผู้สามารถจะกล่าวกับเรา จงเหยียบกิ่งหว้า" แล้วก็เข้าไปสู่บ้าน. ใครๆ ชื่อว่าสามารถจะเข้าไปยังที่นั้น มิได้มี.
แม้นางย่อมถือกิ่งอื่น ในเมื่อกิ่งหว้า (เก่า) เหี่ยวแห้ง, เที่ยวไปโดยทำนองนี้ ถึงกรุงสาวัตถี ปักกิ่ง (หว้า) ใกล้ประตูบ้าน พูดโดยนัยที่กล่าวมาแล้วนั่นแล เข้าไปเพื่อภิกษา. เด็กเป็นอันมากได้ยืนล้อมกิ่งไม้ไว้แล้ว. ธิดาเศรษฐีมีชื่อว่ากุณฑลเกสีเถรี
ในกาลนั้น พระสารีบุตรเถระเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต กระทำภัตกิจแล้วออกไปจากเมือง เห็นเด็กเหล่านั้นยืนล้อมกิ่งไม้ จึงถามว่า "นี้อะไร?" เด็กทั้งหลายบอกเรื่องนั้นแก่พระเถระแล้ว. พระเถระกล่าวว่า "เด็กทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าจงเหยียบกิ่งไม้นี้."
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที