อนึ่ง เมื่อบุคคลชนะโจรที่เหลือ หาชื่อว่าชนะไม่, ส่วนบุคคลชนะโจร คือกิเลส อันเป็นไปภายในนั่นแหละ จึงชื่อว่าชนะ"
เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า :-
๓. โย จ คาถาสตํ ภาเส อนตฺถปทสญฺหิตา เอกํ ธมฺมปทํ เสยฺโย ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ. โย สหสฺสํ สหสฺเสน สงฺคาเม มานุเส ชิเน เอกญฺจ เชยฺยมตฺตานํ ส เว สงฺคามชุตฺตโม. ก็ผู้ใดพึงกล่าวคาถาตั้งร้อย ซึ่งไม่ประกอบด้วยบท เป็นประโยชน์, บทแห่งธรรมบทเดียวที่บุคคลฟัง แล้วสงบระงับได้ ประเสริฐกว่า (การกล่าวคาถา ตั้ง ๑๐๐ ของผู้นั้น). ผู้ใดพึงชนะมนุษย์พันหนึ่ง คูณด้วยพันหนึ่ง (คือ ๑ ล้าน) ในสงคราม ผู้นั้น หาชื่อว่า เป็นยอดแห่งชนผู้ชนะในสงคราม ไม่, ส่วนผู้ใดชนะตนคนเดียวได้, ผู้นั้นแล เป็นยอด แห่งผู้ชนะ ในสงคราม. แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า คาถาสตํ ความว่า ก็บุคคลใดพึงกล่าวคาถากำหนดด้วยร้อย คือเป็นอันมาก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที