พระศาสดาตรัสถามว่า "ได้ยินว่า อย่างนั้นหรือ?" เมื่อพราหมณ์นั้นทูลว่า "อย่างนั้น พระโคดมผู้เจริญ" จึงตรัสว่า "พราหมณ์การบำเรอไฟของท่านผู้บำเรอไฟอย่างนั้น ตั้ง ๑๐๐ ปี ย่อมไม่ถึงแม้การบูชาสาวกของเรา เพียงขณะเดียว"

เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-

๖. โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ อคฺคึ ปริจเร วเน เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ มุหุตฺตมิป ปูชเย สา เยว ปูชนา เสยฺโย ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํ. ก็สัตว์ใด พึงบำเรอไฟในป่า ตั้ง ๑๐๐ ปี, ส่วนเขา พึงบูชา ท่านผู้มีตนอบรมแล้วผู้เดียว แม้ครู่หนึ่ง, การบูชานั้นนั่น แลประเสริฐกว่า (การบูชาตั้ง ๑๐๐ ปีของสัตว์นั้น) การ บูชา ๑๐๐ ปีจะประเสริฐอะไรเล่า? แก้อรรถ

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชนฺตุ นี้ เป็นชื่อของสัตว์.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๒,๒๓๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สหัสสวรรค”