นางถูกดูหมิ่น คิดว่า "ประโยชน์อะไร ด้วยการอยู่ในสำนักของคนเหล่านี้ เราจักเป็นนางภิกษุณีเป็นอยู่" แล้วไปสู่สำนักของนางภิกษุณีขอบรรพชาแล้ว. นางภิกษุณีเหล่านั้นให้นางบรรพชาแล้ว.
นางได้อุปสมบทแล้วปรากฏชื่อว่า "พหุปุตติกาเถรี." นางคิดว่า "เราบวชในเวลาแก่ เราไม่ควรเป็นคนประมาท" จึงทำวัตรปฏิบัติแก่นางภิกษุณีทั้งหลาย คิดว่า "จักทำสมณธรรมตลอดคืนยังรุ่ง" จึงเอามือจับเสาต้นหนึ่งที่ภายใต้ปราสาท เดินเวียนเสานั้นทำสมณธรรม แม้เมื่อเดินจงกรมก็เอามือจับต้นไม้ด้วยคิดว่า "ศีรษะของเราพึงกระทบต้นไม้หรือที่ไหนๆ ในที่มืด" ดังนี้แล้ว เดินวนเวียนต้นไม้นั้น ทำสมณธรรม นึกถึงธรรมด้วยคิดว่า "จักทำตามธรรมที่พระศาสดาทรงแสดง" ตามระลึกถึงธรรมอยู่เทียว ทำสมณธรรม.
ลำดับนั้น พระศาสดาประทับนั่งในพระคันธกุฎีเทียว ทรงแผ่พระรัศมีไปดังประทับนั่งตรงหน้า เมื่อตรัสกับนาง ตรัสว่า "พหุปุตติกา ความเป็นอยู่แม้ครู่เดียวของผู้เห็นธรรมที่เราแสดง ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ ๑๐๐ ปีของผู้ไม่พิจารณา ผู้ไม่เห็นธรรมที่เราแสดง"
เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที