หญิงนั้นบำรุงแม่ผัวและพ่อผัวได้เพียง ๒-๓ วันเท่านั้น ภายหลังก็ไม่อยากเห็นท่านทั้งสองนั้นเลย จึงบอกสามีว่า "ฉันไม่อาจอยู่ในที่แห่งเดียวกับมารดาบิดาของเธอได้" ดังนี้แล้ว ติเตียน (ต่างๆ นานา) เมื่อสามีนั้นไม่เชื่อถ้อยคำของตน ในเวลาสามีไปภายนอก ถือเอาปอ ก้านปอและฟองข้าวยาคู ไปเรี่ยรายไว้ในที่นั้นๆ (ให้รกรุงรังเลอะเทอะ) สามีมาแล้ว ก็ถามว่า "นี้ อะไรกัน" ก็บอกว่า "นี่ เป็นกรรมของคนแก่ผู้บอดเหล่านี้ แกทั้งสองเที่ยวทำเรือนทั่วทุกแห่งให้สกปรก ฉันไม่อาจอยู่ในที่แห่งเดียวกันกับแกทั้งสองนั่นได้. เชื่อเมียต้องเสียพ่อแม่
เมื่อหญิงนั้นบ่นพร่ำอยู่อย่างนั้น สัตว์ผู้มีบารมีบำเพ็ญไว้แล้ว แม้เห็นปานนั้น ก็แตกกับมารดาบิดาได้.
เขาพูดว่า "เอาเถอะ ฉันจักรู้กรรมที่ควรทำแก่ท่านทั้งสอง" ดังนี้แล้ว เชิญมารดาบิดาให้บริโภคแล้ว ก็ชักชวนว่า "ข้าแต่พ่อและแม่ พวกญาติในที่ชื่อโน้น หวังการมาของท่านทั้งสองอยู่ ผมจัก (พา) ไปในที่นั้น" ดังนี้แล้ว ให้ท่านทั้งสองขึ้นสู่ยานน้อยแล้วพาไป
ในเวลาถึงกลางดง ลวงว่า "คุณพ่อขอรับ ขอพ่อจงถือเชือกไว้ โคทั้งสองจักไปด้วยสัญญาแห่งปฏัก ในที่นี้มีพวกโจรซุ่มอยู่ ผมจะลงไป" ดังนี้แล้ว มอบเชือกไว้ในมือของบิดา ลงไปแล้ว ได้เปลี่ยนเสียงทำให้เป็นเสียงพวกโจรซุ่มอยู่. มารดาบิดาสิเนหาในบุตรยิ่งกว่าตน
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที