๗. โย ทณฺเฑน อทณฺเฑสุ อปฺปทุฏฺเฐสุ ทุสฺสติ ทสนฺนมญฺญตรํ ฐานํ ขิปฺปเมว นิคจฺฉติ เวทนํ ผรุสํ ชานึ สรีรสฺส จ เภทนํ ครุกํ วาปิ อาพาธํ จิตฺตกฺเขปํ ว ปาปุเณ ราชโต วา อุปสคฺคํ อพฺภกฺขานํ ว ทารุณํ ปริกฺขยํ ว ญาตีนํ โภคานํ ว ปภงฺคุณํ อถ วาสฺส อคารานิ อคฺคิ ฑหติ ปาวโก กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ นิรยํ โส อุปปชฺชติ. ผู้ใดประทุษร้ายในท่านผู้ไม่ประทุษร้ายทั้งหลายผู้ไม่มีอาชญา ด้วยอาชญา ย่อมถึงฐานะ ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งพลันที เดียว คือถึงเวทนากล้า ๑ ความเสื่อมทรัพย์ ๑ ความสลายแห่ง สรีระ ๑ อาพาธหนัก ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑ ความขัดข้อง แต่พระราชา ๑ การถูกกล่าวตู่อย่างร้ายแรง ๑ ความย่อยยับ แห่งเครือญาติ ๑ ความเสียหายแห่งโภคะทั้งหลาย ๑ อีกอย่าง หนึ่ง ไฟป่าย่อมไหม้เรือนของเขา, ผู้นั้นมีปัญญาทราม เพราะ กายแตก ย่อมเข้าถึงนรก. แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อทณฺเฑสุ ความว่า ในพระขีณาสพทั้งหลาย ผู้เว้นจากอาชญามีอาชญาทางกายเป็นอาทิ.
บทว่า อปฺปทุฏฺเฐสุ ความว่า ผู้ไม่มีความผิดในชนเหล่าอื่น หรือในตน.
บาทพระคาถาว่า ทสนฺนมญฺญตรํ ฐานํ ความว่า ในเหตุแห่งทุกข์ ๑๐ อย่าง ซึ่งเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที