มหาชนเห็นบิณฑบาตที่พระปัจเจกพุทธเจ้าแบ่งถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายอยู่ ก็ได้พากันยังพันแห่งสาธุการให้เป็นไปแล้ว, เสียงสาธุการได้เป็นประหนึ่งเสียงอสนีบาต.
คันธเศรษฐีได้ยินเสียงนั้นแล้ว จึงคิดว่า "นายภัตตภติกะเห็นจะไม่สามารถทรงสมบัติที่เราให้แล้วได้, เพราะเหตุนั้น มหาชนนี้ เมื่อทำการหัวเราะเยาะจึงได้อื้อฉาวขึ้น. ท่านเศรษฐีนั้นส่งคนไปเพื่อทราบเรื่องราวที่เป็นไปแล้ว.
คนเหล่านั้นมาแล้ว บอกว่า "นายขอรับ ธรรมดาผู้ทรงสมบัติ ย่อมเป็นเห็นปานนี้" ดังนี้แล้ว จึงบอกเรื่องราวที่เป็นไปแล้วนั้น.
เศรษฐีฟังเรื่องนั้นแล้ว เป็นผู้มีสรีระอันปีติมีวรรณะ ๕ ถูกต้องแล้ว จึงกล่าวว่า "น่าอัศจรรย์ นายภัตตภติกะนั้นทำสิ่งที่บุคคลทำได้โดยยากแล้ว เราดำรงอยู่ในสมบัติเห็นปานนี้ ตลอดกาลมีประมาณเท่านี้ ยังไม่ได้อาจเพื่อให้สิ่งไรได้" ดังนี้แล้ว จึงให้เรียกนายภัตตภติกะนั้นมาแล้ว ถามว่า "ได้ยินว่า เธอทำกรรมชื่อนี้จริงหรือ ?" เมื่อเขาตอบว่า "ขอรับ นาย" จึงกล่าวว่า "เอาเถิด เธอจงถือเอาทรัพย์พันหนึ่งแล้วแบ่งส่วนบุญในทานของเธอให้ฉันบ้าง." นายภัตตภติกะนั้นได้ทำตามนั้นแล้ว. แม้เศรษฐีก็ได้แบ่งครึ่งทรัพย์สมบัติอันเป็นของๆ ตนทั้งหมดให้แก่นายภัตตภติกะนั้น. สัมปทา ๔ อย่าง
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที